
6 โรคผิวหนังที่มักพบในฤดูฝน ได้แก่
1. โรคเกลื้อน
มีลักษณะเป็นผื่นวงกลมหลายวง มีขุยละเอียด สีแตกต่างกัน เกิดบริเวณลำตัว เช่น หลัง หน้าอก ท้อง ไหล่ คอ ผู้ที่มีเหงื่อออกมากและใส่เสื้อผ้าที่อับชื้น
.
2. โรคกลาก
มีลักษณะเป็นผื่นวงมีขอบเขตชัดเจน มีขุย เริ่มต้นด้วยอาการคัน ผื่นแดง ต่อมาจะลามเป็นวงออกไปเรื่อยๆ และมักจะคันมากขึ้น พบในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น หนังศีรษะ รักแร้ ขาหนีบ ฝ่าเท้า และซอกนิ้วเท้า
.
3. โรคน้ำกัดเท้า
มีการระคายเคืองผิวหนังจากความอับชื้น เมื่อสัมผัสสิ่งสกปรกบริเวณที่มีน้ำท่วมขังหลังฝนตก ทำให้เกิดผื่นตามเท้าและซอกนิ้วเท้า บางรายอาจติดเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย
.
4. โรคเท้าเหม็น
มีเชื้อแบคทีเรียบางชนิดบริเวณผิวหนังชั้นนอก มีอาการเท้าแห้งลอก เท้าจะมีกลิ่นรุนแรงมากกว่าปกติ มีหลุม รูพรุนเล็กๆ บริเวณฝ่าเท้าและง่ามเท้า
.
5. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
เนื่องจากอุณหภูมิและความชื้นของอากาศเปลี่ยนแปลงไป สังเกตจากผิวหนังมีผื่นแดง แห้งลอก มีอาการคันมากที่บริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า แขน ขา และซอกคอ
.
6. ผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลง
ฤดูฝนจะมีการเพิ่มจำนวนของแมลง เช่น ยุง หมัด ไร ด้วงก้นกระดก หากสัมผัสอาจเกิดเป็นผื่นผิวหนังอักเสบได้ และแนวทางการรักษาโรคผิวหนังที่มักพบในฤดูฝน ควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยอาจใช้ยารักษาตามชนิดของโรคและอาการที่พบ นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การรักษาได้ผลดีและป้องกันการเกิดโรคซ้ำได้
.
ที่มา : สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์