
โรคแอนแทรกซ์ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis พบทั่วไปตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในดินที่มีซากสัตว์ที่ตายด้วยโรคแอนแทรกซ์ ทําให้เชื้อแพร่ได้ทางฝุ่น น้ำ และวัสดุจากพืช สัตว์เช่น ขน กระดูก หนัง และอาหารสัตว์โรคแอนแทรกซ์เป็นโรคติดต่อร้ายแรงในสัตว์กินหญ้า สัตว์แต่ละชนิดมีความไวในการเกิดโรคต่างกัน เช่น โค กระบือ แพะ แกะ ติดโรคได้ง่ายที่สุด คนติดโรคได้ง่าย โดยมักเกิดจากการระบาดของโรคในสัตว์ก่อน
.
ส่วนใหญ่ติดทางผิวหนังโดยการสัมผัสสัตว์ป่วย หรือสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ สัตว์ที่ได้มาจากสัตว์ป่วย เช่น ขนสัตว์หนัง กระดูก เนื้อสัตว์เป็นต้น แต่ไม่มีการติดต่อระหว่างคนด้วยกัน
.
เชื้อนี้ก่อให้เกิดโรคในคน 3 รูปแบบ คือ
.
1) การติดเชื้อที่ผิวหนัง (Cutaneous anthrax)
พบมากที่สุด 95-99% ของผู้ป่วยแอนแทรกซ์ ติดเชื้อโดยสปอร์ของเชื้อเข้าทางบาดแผลและรอยแผลถลอก มักเป็นที่มือ แขน คอ หรือขา ระยะฟักตัว 2 – 5 วัน รอยแผลเริ่มจากผนังเป็นตุ่มแข็ง เข้าทางบาดแผลและรอยแผลถลอก มักเป็นที่มือ แขน คอ หรือขา ระยะฟักตัว 2 – 5 วัน รอยแผลเริ่มจากผนังเป็นตุ่มแข็ง จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ําใสและแตกออกกลายเป็นแผลหลุมสีดําคล้ายรอยถูกจี้ด้วยบุหรี่ ในรายที่ไม่ได้รับการรักษาอาจจะมีการลุกลามของเชื้อไปยังต่อมน้ำเหลืองและกระจายไปตามกระแสเลือดทําให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษได้อัตราป่วยตายกรณีไม่ได้รับการรักษาไม่สูงนัก อยู่ระหว่างร้อยละ 5-20
.
2) การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (Pulmonary anthrax)
เกิดจากการหายใจเอาสปอร์ของเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เช่น ขนสัตว์ หรือกระดูกป่น เป็นต้น ทําให้มีอาการบวมน้ำและจุดเลือดออกเป็นหย่อมๆที่เนื้อปอด และเกิด pleural effusion แต่จะไม่พบpneumonia อาการทั่วไปคล้ายไข้หวัดใหญ่สุดท้ายเชื้อจะเข้าสู่กระแสโลหิต ทําให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทําให้ถึงแก่ชีวิตได้อัตราการป่วยตายร้อยละ 50-60
.
3) การติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร (Intestinal anthrax)
เป็นการติดเชื้อที่รุนแรงที่สุด พบไม่บ่อยนัก เกิดจากการกินเนื้อสุกๆ ดิบๆ จากสัตว์ที่เป็นโรค อาการที่พบในช่วงแรกๆ จะคล้ายกับผู้ป่วยทางเดินหายใจตอนบน มีไข้ปวดเมื่อยตามตัว จากนั้นจะหายใจขัด หายใจลําบาก หน้าเขียวคล้ํา และตายจากอาการของระบบหายใจล้มเหลวในช่วงเวลาเพียง ๓-๕ วันหลังรับเชื้อ อัตรา การป่วยตายของผู้ป่วยระบบนี้จะสูงมาก ถึงร้อยละ 80-90
.
หากพบสัตว์ตายผิดปกติ โดยไม่ทราบสาเหตุ ห้ามเปิดผ่าซาก ห้ามเคลื่อนย้ายซาก หรือชำแหละเพื่อการบริโภค
ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ อบต. หรือเทศบาลในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที
.
ที่มา : กรมควบคุมโรค / NBT CONNECT