Logo

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

  • หน้าหลัก
  • ฟังวิทยุออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ประวัติความเป็นมา
    • ภารกิจและอำนาจหน้าที่
    • โครงสร้างองค์กร
    • วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • ยุทธศาสตร์
  • ข่าว
    • ข่าวเด่น
    • ข่าวประชาสัมพันธ์
    • ข่าวสมัครงาน
    • บทความ
    • สื่อประชาสัมพันธ์
  • สื่อมัลติมีเดีย
    • สวท.ขอบอก
    • Infographic
  • กิจกรรม
    • กิจกรรม สวท.
  • การบริการ
    • ผังรายการวิทยุ
    • เช่าเวลาสถานีวิทยุ
    • พื้นที่เขตบริการสถานีวิทยุ
    • ร้องเรียน
    • ร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่
    • แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ
  • ติดต่อเรา
รู้ทัน "โรค Enterovirus"
13/01/2568 | 164 |

หมอเด็กเผยสาเหตุส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัส แนะ! พ่อแม่ไม่ต้องตื่นตะหนก
.
จากกรณีที่มีการแชร์ข่าวในโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับเด็กที่มีอาการไข้ต่ำ ๆ แต่ต่อมามีอาการชักเกร็งและหัวใจหยุดเต้นอย่างฉับพลัน ซึ่งแพทย์ผู้ดูแลวินิจฉัยว่า น่าจะเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ พบว่าในแต่ละปี มีเด็กที่เข้ารับการรักษาหรือเสียชีวิตด้วยภาวะแบบนี้น้อยมาก
.
จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า อัตราการเสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน ในเด็กที่สุขภาพแข็งแรงดีมาก่อนพบได้น้อยมาก ประมาณ 1 ต่อ 5 แสน ถึง 1 ในล้านราย ซึ่งเทียบได้กับโอกาสการเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่า โดยพบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีความเสี่ยงมากกว่าเด็กโต เชื้อที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัส โดยหลักๆ จะเป็นเชื้อกลุ่ม Enterovirus โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์ 71 ที่ทำให้เกิดโรคมือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรง หรือเชื้อ COVID-19 ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันแล้ว
.
กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในยุคโซเชียลมีเดีย เมื่อมีข่าวที่กระทบความรู้สึกรุนแรง เช่น กรณีเด็กป่วยหนัก สมองของเราจะจดจำและระลึกถึงเหตุการณ์นั้นได้ง่ายกว่าข่าวทั่วไป เพราะเป็นธรรมชาติของสมองที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องที่สะเทือนใจ เมื่อข่าวถูกแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวาง อาจทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นบ่อยกว่าความเป็นจริง นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Retrievablility bias หรือความโน้มเอียงที่เกิดจากเรื่องนึกออกง่าย จนบางครั้งสิ่งที่เราเผชิญอาจไม่ใช่การระบาดของโรค (Epidemic) แต่เป็นการระบาดของข้อมูลข่าวสารมากกว่า 
.
โดยทั่วไปเชื้อกลุ่มนี้ไม่ได้ติดต่อผ่านการหายใจ รับเชื้อจากในอากาศเข้าไปโดยตรง แต่มักติดต่อจากการสัมผัสผ่านละอองฝอย หรือการสัมผัสเชื้อจากพื้นผิวแล้วนำมือมาสัมผัสใบหน้า 
.
การป้องกันทำได้โดย หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ใส่หน้ากากอนามัยในเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป และล้างมือบ่อยๆ 
.
แม้ว่าโรคนี้จะพบไม่บ่อยแต่ ผู้ปกครองควรสังเกตอาการ โดยเฉพาะเมื่อเด็กไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ เช่น ไม่เล่น ไม่รับประทานอาหาร ไม่สามารถนอนหลับพักได้ หรือมีอาการกระสับกระส่าย หรือผวากระตุกบ่อยผิดปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์ แต่หากเป็นอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก และเมื่อไข้ลงสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ผู้ปกครองพิจารณาการให้วัคซีนเสริมป้องกันการติดเชื้อเพื่อลดความเสี่ยงต่อสายพันธุ์ที่รุนแรงได้
.
ที่มา : กรมการแพทย์


image

Related Post
 

236 ถนน วิภาวดีรังสิต แขวง ดินแดง
เขต ดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ 0-2277-1966
Email: radiothailand@prd.go.th

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2563 กรมประชาสัมพันธ์

 
 
 

   facebook    Youtube

 
 
 

      
 

 
 

Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies
รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+

จำนวนการเข้าชม : 4,304,074
กรมประชาสัมพันธ์
  • หน้าหลัก
  • ฟังวิทยุออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ประวัติความเป็นมา
    • ภารกิจและอำนาจหน้าที่
    • โครงสร้างองค์กร
    • วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • ยุทธศาสตร์
  • ข่าว
    • ข่าวเด่น
    • ข่าวประชาสัมพันธ์
    • ข่าวสมัครงาน
    • บทความ
    • สื่อประชาสัมพันธ์
  • สื่อมัลติมีเดีย
    • สวท.ขอบอก
    • Infographic
  • กิจกรรม
    • กิจกรรม สวท.
  • การบริการ
    • ผังรายการวิทยุ
    • เช่าเวลาสถานีวิทยุ
    • พื้นที่เขตบริการสถานีวิทยุ
    • ร้องเรียน
    • ร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่
    • แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ
  • ติดต่อเรา