
สร้างความรอบรู้ถึงการเลือกใช้หน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากกันฝุ่นที่ในท้องตลาดมีหลากหลายรูปหลายชนิด ดังนี้
.
🔷 หน้ากากกรองอากาศ (Respirator) ชนิด N95 R95 P95 KP95 KN95 FFP1 FFP2 FFP3
1️⃣ แบบไม่มีวาล์วระบายอากาศ และแบบมีวาล์วระบายอากาศ
🔹 ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคผ่ายทางการไอหรือจาม
🔹 สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน
.
🔶 หน้ากากอนามัย (Surgical mask)
1️⃣ แบบผ้า สำหรับบุคคลทั่วไป
🔸 ป้องกันเชื้อโรคและละอองฝอยต่าง ๆ
🔸 หน้ากากชนิดผ้าสามารถใช้ซ้ำได้ ให้ซักด้วยน้ำผสมผงซักฟอกแล้วตากแดดให้แห้ง
2️⃣ แบบธรรมดา ชั้นกรอง 3 ชั้น สำหรับผู้ป่วย หรือประชาชนทั่วไป
🔸 ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคผ่านทางการไอหรือจาม
🔸 สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ได้ถึง 5 ไมครอน
🔸 แบบคาร์บอน ชั้นกรอง 4 ชั้น เสริมประสิทธิภาพการกรองกลิ่น สำหรับผู้ป่วย หรือประชาชนทั่วไป
🔸 ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคผ่านทางการไอหรือจาม
🔸 ป้องกันกลิ่นและควัน
🔸 สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ได้ถึง 3 ไมครอน
.
❗โดยปกติแล้วเราจะนิยมใช้หน้ากากแบบธรรมดากันส่วนใหญ่ สามารถใช้ได้ในระดับอากาศปกติ แต่หากอยู่ในพื้นที่มีค่า PM2.5 สูงมาก จะเหมาะกับ หน้ากากกรองอากาศ เช่น N95 R95 P95 KP95 KN95 FFP1 FFP2 FFP3 จะสามารถป้องกันได้ดีกว่า เพราะ PM2.5 จะมีขนาดที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอนลงไปได้
.
📍 เพื่อสุขภาพที่ดี หายใจได้สะดวก ✨ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง หรือ กลุ่มที่มีปัญหาโรคปอด โรคทางเดินหายใจ ควรเลือกใช้หน้ากากให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยนะคะ
.
ที่มา : กรมอนามัย