
โนโรไวรัส (Norovirus)
เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ทำให้เกิดอาการท้องเสียและอาเจียน โรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายแม้ร่างกายจะได้รับเชื้อในปริมาณเล็กน้อย และเชื้อยังทนต่อความร้อนและน้ำยาฆ่าเชื้อได้ดี จึงสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อโนโรไวรัส
.
โนโรไวรัส เป็นเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของการระบาดของการติดเชื้อท้องเสีย ที่ไม่ใช่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่พบบ่อยที่สุดในโลก
.
การติดต่อของเชื้อโนโรไวรัส
- รับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค
- สัมผัสผู้ป่วยที่ติดเชื้อโนโรไวรัสโดยตรง
- สัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อโนโรไวรัส เช่น ของเล่น ของใช้ ภาชนะ
- เด็กอมนิ้ว ดูดนิ้วหลังจับสิ่งของ จึงเกิดการระบาดได้ง่ายในสถานรับเลี้ยงเด็ก
.
อาการที่พบได้บ่อย หลังได้รับเชื้อภายใน 24-28 ชม.
- คลื่นไส้ อาเจียนค่อนข้างรุนแรง
- ถ่ายเหลวเป็นน้ำ
- ปวดท้อง หรือปวดเกร็งที่หน้าท้อง
- อาจมีไข้ต่ำร่วมด้วย บางรายมีไข้สูง 38-39 องศาเซลเซียสได้
- ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว
.
ผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อจะมีอาการเกิดขึ้นอย่างฉับพลันภายใน 24-48 ชม.หลังรับเชื้อ ถ้าเด็กมีอาการรุนแรง ถ่ายตลอดเวลา จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ เกิดอาการช็อกได้ ต้องรีบนำส่งรพ.ทันที
.
อาการที่ควรรีบนำส่งรพ.โดยด่วน
- ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำจำนวนมาก อาเจียน กินไม่ได้ มีไข้สูง
- ปัสสาวะออกน้อย ซึม กระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าเย็น ชีพจรเบาเร็ว
อาการเหล่านี้แสดงออกถึงความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด
.
การตรวจวินิจฉัยและการรักษา
การตรวจเชื้อโนโรไวรัส โดยการเก็บตัวอย่างอุจจาระส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
แพทย์จะให้การรักษาตามอาการเช่น ให้น้ำเกลือ ยาลดไข้ พักผ่อนมากๆ และหากเด็กมีภูมิต้านทานที่ดี อาการก็จะดีขึ้น และหายได้เองภายใน 2-3 วัน
.
ที่มา : โรงพยาบาลขอนแก่น