
ภาวะโลกร้อนส่งผลให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ส่งผลกระทบต่อสัตว์ขั้วโลกที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เรามาดูกันว่าภาวะโลกร้อนส่งผลให้สัตว์ร่วมโลกของเราต้องรับผลกระทบอะไรกันบ้าง
หมีขาว หรือ หมีขั้วโลก Polar bears ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในอนาคต น้ำแข็งที่ละลายอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีถิ่นที่อยู่อาศัยและอดอยาก คาดว่าในอีก 35 ปีข้างหน้า จำนวนหมีขาวจะลดลงอีก 30% โดยเฉพาะหมีกริซลี (Grizzly) ที่มีถิ่นฐานอยู่ในทวีปอเมริกาเหนืออพยพมาที่ตอนเหนือบริเวณเขตอาร์กติก ทำให้ได้เจอหมีขั้วโลกจึงเกิดลูกผสมข้ามสายพันธุ์เป็นหมี พิซลีย์ (Pizzlies Bear) ที่คาดว่า ภายในปี 2100 หรืออีก 80 ปีข้างหน้าหมีขั้วโลกอาจจะสูญพันธุ์เพราะขาดแคลนอาหาร ในขณะที่ หมีพิซลีย์จะมีโอกาสอยู่รอดและขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นเพราะมีฟันกรามที่ใหญ่และแข็งแกร่งกว่า สามารถเลือกกินอาหารได้หลายชนิด ในเขตอาร์กติกที่กำลังร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
.
แมวน้ำลายพิณ harp seals สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กระจายตัวอยู่บริเวณซีกโลกเหนือ ตอนเป็นลูกแมวน้ำจะมีขนที่นุ่ม และสวย จึงทำให้เคยเกือบจะสูญพันธุ์จากการล่าเอาขนมาทำเครื่องนุ่งห่มและเอาเนื้อมาทำอาหาร ช่วงศตวรรษก่อน ลูกแมวน้ำถูกล่า มากถึงปีละ 500,000 ตัว แต่ปัจจุบันมีปัญหากับที่อยู่อาศัย เพราะปริมาณน้ำแข็งในอ่าวเซนต์ลอว์เรนซ์ ประเทศแคนาดา กำลังลด ปริมาณลงเหลือเพียง 3 ลูกบาศก์ไมล์ จากที่เคยมีขนาด 15 ลูกบาศก์ไมล์ และแผ่นน้ำแข็งที่เหลืออยู่ก็มีสภาพเปราะบางมาก วงจรชีวิต ของแมวน้ำลายพิณที่อาศัยอยู่ทั่วแอตแลนติกเหนือและอาร์กติกในเดือนธันวาคมของทุกปี จะมาใช้ชีวิตอยู่บนทะเลน้ำแข็งบริเวณเกาะ แมกดาเลน กลางอ่าวเซนต์ลอว์เรนซ์เป็นเวลาหลายเดือนเพื่อผสมพันธุ์และมีลูก เมื่อลูกโตก็จะพากันท่องไปทั่วอาร์กติก ก่อนกลับบ้าน หลังเดิมตามฤดูกาล แต่เมื่อน้ำแข็งที่บ้านละลายหายไปเรื่อยๆ แมวน้ำจึงค่อยๆ ลดลงปีละหลายร้อยตัว เพราะบางส่วนไปหาที่หลบภัย แห่งใหม่ และตายระหว่างทาง ทั้งจากโดนก้อนน้ำแข็งแตกกระแทก หมดแรงว่ายน้ำ หรือถูกกระแสน้ำพัดไปไกลถึงชายฝั่งที่ไม่คุ้นเคย ไร้อาหารและอาจถูกสุนัขป่ากิน อีกทั้งลูกแมวน้ำหลายตัวก็ไม่มีโอกาสรอดชีวิตเพราะพลัดหลงกับแม่ด้วย
.
เพนกวินจักรพรรดิ Emperor Penguin อาศัยอยู่ในทวีปแอนตาร์กติกา เสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ภายในระยะวลา 30 – 40 ปี ข้างหน้า เนื่องจากอุณหภูมิที่พุ่งสูง ฝนตกผิดปกติ และน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกใต้ละลายมากขึ้นเรื่อย ๆ แตกออกเป็นก้อนเล็ก ๆ บางส่วนของคาบสมุทรแอนตาร์กติกละลายไปมากกว่า 60% ภายใน 30 ปีที่ผ่านมา ทำให้ไร้ถิ่นที่อยู่อาศัย ต้องลงน้ำเพื่อเอาตัวรอด แต่ก็อาจไม่รอดถ้าต้องเจอศัตรูอย่างแมวน้ำเสือและวาฬเพชฌฆาต ลูกเพนกวินเกิดใหม่มักจะเสี่ยงตายจากอากาศหนาวจัด และจมน้ำ เพราะไม่มีขนปกคลุมร่างกาย รวมถึงไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ตามธรรมชาติ นับตั้งแต่ปี 2016 เพนกวินจักรพรรดิหายไปเฉลี่ยปีละ 15,000-24,000 ตัว และที่โตเต็มวัยมีเพียง 595,000 ตัว ถ้าสภาพแวดล้อมยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ภายใน 30-40 ปี เพนกวินจักรพรรดิจะสูญพันธุ์ ระบบนิเวศก็จะกระทบตามไปด้วย
.
นี่เป็นเพียงบางส่วนของสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงยังมีสัตว์อีกมากที่กำลังถูกทำลายจนใกล้สูญพันธุ์หายไปหากเราไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหาสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน ในอนาคตยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่จะสูญพันธุ์ ไปจากโลกของเราเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน
ที่มา : กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม