
ในปัจจุบันได้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้พลังงาน การเกษตร การบริโภคอาหาร และการทำลายสิ่งแวดล้อมในรูปแบบอื่น ๆ ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อน ส่งผลให้ระบบนิเวศเกิดความผันผวน ย้อนกลับมาทำลายความมั่นคงด้านอาหารของเรา กระบวนการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป ขนส่ง จัดจำหน่าย จนถึงการปรุง และอาหารเหลือทิ้ง ซึ่งได้ส่งผลกระทบ ต่อการดำรงชีพของมนุษย์ สิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งหมดนี้ล้วนก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือที่เรียกว่า คาร์บอนฟุตพริ้นท์
แล้วคาร์บอนฟุตพริ้นท์คืออะไร?
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) คือ ปริมาณแก๊สเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วยตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบการขนส่ง การประกอบชิ้นส่วนการใช้งานและการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังใช้งานโดยคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
🍔จะบริโภคอาหารอย่างไร เพื่อลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์
✅ ทานเนื้อและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสม 70% ของคาร์บอนฟุตพริ้นท์ มาจากผลิตภัณฑ์จากสัตว์ อาจจำกัดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ให้เหลือเพียงมื้อเดียวต่อวันหรืองดเนื้อสัตว์สัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อลดปริมาณของก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น
✅ ซื้ออาหารท้องถิ่นและอาหารตามฤดูกาล ช่วยลดการใช้พลังงานในการขนส่ง การเก็บรักษา รวมถึงลดการใช้สารเคมีที่เกินความพอดี
✅ ทานอาหารที่มีกากใยมากขึ้น ไม่เพียงแต่ทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่ยังอาจช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย เพราะอาหารจากพืชที่อุดมไปด้วยเส้นใยสูง มีไขมันอิ่มตัวและโซเดียมต่ำ เป็นอาหาร ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำที่สุด
✅ ไม่ทานเหลือ ลดการเกิดเศษอาหาร เศษอาหารนั้นมีส่วนในการทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เพราะอาหารที่ถูกทิ้งจะย่อยสลายและเกิดเป็นก๊าซมีเทน และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก
ที่มา : กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน