(12 ม.ค.69) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. ได้ยกระดับการให้บริการสิทธิบัตรทอง ในหน่วยนวัตกรรม 30 บาทรักษาทุกที่ ที่ร้านยาและคลินิกเอกชน เพื่อเป็น “ทางเลือกเสริม” ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่าย สะดวก และใกล้บ้าน โดยตั้งแต่วันที่ 12 มกราคมนี้ ประชาชนเข้าไปรับบริการในหน่วยนวัตกรรม 7 ประเภท ที่มีสัญลักษณ์ “30 บาทรักษาทุกที่” ได้แก่ ร้านยาคุณภาพ คลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม คลินิกแพทย์แผนไทย คลินิกพยาบาล คลินิกกายภาพบำบัด และ คลินิกเทคนิคการแพทย์ สามารถเข้ารับบริการด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
.
1. แจ้งความประสงค์เข้ารับบริการด้วยสิทธิบัตรทอง โดยใช้บัตรประชาชน หรือเลขบัตรประชาชน 13 หลัก หรือแอปฯ ThaiD
2. หน่วยบริการตรวจสอบสิทธิและโควตา หากยังมีโควตาเข้ารับบริการต่อไป
3. ผู้รับบริการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการถูกสวมสิทธิ์
4. เข้ารับบริการตามประเภทที่เลือก
5. ระบบบันทึกสิทธิอัตโนมัติด้วยการให้บริการแบบโควตา
.
นอกจากนั้นยังเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนเปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิล่วงหน้า ผ่าน LINE OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) ซึ่งจะทราบทันทีว่าในสัปดาห์นั้นมีโควตาให้บริการหรือไม่ หากมีก็ดำเนินการจองสิทธิได้ โดยหลังจากเพิ่มเพื่อนไลน์ OA สปสช. แล้ว ให้เข้าไปที่เมนู 30 บาทรักษาทุกที่ ใช้บริการนวัตกรรม เลือกประชาชน และดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เมื่อได้รับ QR Code ก็นำไปแสดงที่ร้านยาหรือคลินิกเอกชนที่เข้าร่วม และสามารถเช็กประวัติการรักษาย้อนหลังของตนเองได้ด้วย
.
ทั้งนี้ กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนด้วยระบบสแกนใบหน้าได้นั้น สปสช. อนุญาตให้ยืนยันตัวตนผ่านไลน์ OA สปสช. โดยให้สมาชิกในครอบครัวสแกน QR Code ที่หน่วยบริการ แอปพลิเคชันจะแจ้งให้เลือกว่าจะใช้สิทธิสำหรับ “ตัวเอง” หรือ “สมาชิกในครอบครัว” เมื่อเลือกสมาชิก ระบบจะดึงข้อมูลและตรวจสอบสิทธิของบุคคลนั้นๆแทน ก่อนเข้ารับบริการตามขั้นตอนต่อไป
.
ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า สำหรับการใช้สิทธิในหน่วยนวัตกรรมแต่ละประเภท ประชาชนสามารถใช้บริการตามความจำเป็น ภายใต้โควตารายสัปดาห์ เช่น เจ็บป่วยเล็กน้อย สามารถรับบริการได้ที่ร้านยา คลินิกเวชกรรม คลินิกพยาบาล หรืออุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน รับบริการได้ที่คลินิกทันตกรรม เป็นต้น