นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหวภาวะสังคมไทยไตรมาสสาม ปี 2567 พบสถานการณ์การจ้างงานทรงตัว โดยการจ้างงานสาขานอกภาคเกษตรกรรมขยายตัว ขณะที่ภาคเกษตรกรรมยังคงหดตัวต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์อุทกภัย ด้านค่าจ้างเพิ่มขึ้นทั้งภาพรวมและภาคเอกชน อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2566 อยู่ที่ร้อยละ 1.02 หรือประมาณ 410,000 คน พบผู้มีงานทำจำนวนทั้งสิ้น 40 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 0.1 จากการจ้างงานภาคเกษตรกรรมที่หดตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 3.4
.
จำเป็นต้องติดตามในระยะถัดไป ทั้งการส่งเสริมการปรับตัวของแรงงานในอุตสาหกรรมรูปแบบเดิมให้เป็นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เตรียมความพร้อมด้านทักษะแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ รวมถึงผลกระทบต่อค่าครองชีพจากสถานการณ์อุทกภัยที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบ ขณะเดียวกันหนี้สินครัวเรือนไตรมาสสอง ปี 2567 มีมูลค่า 16.32 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยบะ 1.3 ขยายตัวชะลอลงจากร้อยละ 2.3 ในไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ปรับลดลงจากร้อยละ 90.7 อยู่ที่ร้อยละ 89.6 ต่ำสุดในรอบ 4 ปี ส่วนหนึ่งมาจากการปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น ด้านคุณภาพสินเชื่อของครัวเรือนยังคงปรับลดลงต่อเนื่อง แต่ยังมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญได้แก่ แนวโน้มการก่อหนี้เพื่ออุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น ลูกหนี้บ้านที่มีปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ ความเสี่ยงในการพึ่งพาหนี้นอกระบบของครัวเรือน และการเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหาอุทกภัย
.
สำหรับสถานการณ์เจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังเพิ่มขึ้น ที่ยังต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งตับ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มวัยรุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแย่ลง คดีอาญาเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.3 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน การร้องเรียนผ่าน สคบ. และ กสทช. เพิ่ม