ท่านผู้ฟังครับ/คะ หากพูดถึงสตรีทฟู้ด หรืออาหารริมทางกับชาวต่างชาติแล้ว อาหารข้างทางของไทยนับเป็นที่แรก ๆ ที่ชาวต่างชาตินึกถึง ทำให้สตรีทฟู้ดกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมแบบไทย ๆ ที่ชาวต่างชาติอยากมาลิ้มลอง สภาอาหารริมทางโลก (World Street Food Congress) ได้ยกให้สตรีทฟู้ดของไทยเป็น 1 ใน 3 ของอาหารที่ขึ้นชื่อมากที่สุด หรือสำนักข่าว CNN ก็ยังยกให้กรุงเทพฯ เป็น 1 ใน 23 เมืองทั่วโลก ที่มีอาหารริมทางดีที่สุดในโลกถึง 2 ปีซ้อน และข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาดอาหารโลก (Euromonitor International) ประเมินว่าในปี 2560 ที่ผ่านมา สตรีทฟู้ดในไทยสามารถสร้างยอดขาย ถึง 271,355 ล้านบาท จึงดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมาก
สำหรับเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทยที่มักถูกพูดถึง คือ มีอาหารให้เลือกหลากหลาย สตรีทฟู้ดของไทยเรานั้นนอกจาก จะหาทานง่ายได้ทุกช่วงเวลาแล้ว ยังมีเมนูให้เลือกหลากหลายตั้งแต่เมนูทานเล่น ๆ เรียกน้ำย่อย เมนูเบา ๆ รองท้องก่อนมื้อใหญ่ เมนูที่ทานเน้นอิ่มท้อง หรือแม้กระทั่งขนมหวานสารพัด ก็สามารถหาทานได้ที่ริมทางเมืองไทย จุดเด่นอีกอย่างของอาหารริมทาง บ้านเราคือราคาถูก ด้วยความที่สตรีทฟู้ดนั้นหาทานได้ง่ายและมีอยู่หลายเมนูสามารถเดินทานได้ คือเน้นเร็ว ง่าย รสชาติถูกปาก ที่สำคัญคือราคาเป็นกันเอง
นอกจากนี้ความแปลกของอาหารริมทางของไทยหลายเจ้ามีจุดขายที่ความแปลก ที่ทำให้คนต่างชาติอยากลอง เช่น ภาชนะที่นำมาใส่อาหารเสิร์ฟ ทั้งโอ่ง หม้อ ไห กะละมัง ตะกร้า เป็นต้น รวมไปถึงรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ อาหารไทย หรือที่ปรุงแบบไทย ๆ ส่วนใหญ่จะมีรสชาติจัดจ้านกลมกล่อม ซึ่งความจัดจ้านในที่นี้หมายถึงเปรี้ยว เค็ม หวาน ที่เข้ากันได้ดี ที่สำคัญในละแวกเดียวกันมักจะมีอาหารประเภทเดียวกันหรือคล้าย ๆ กันขาย ซึ่งรสชาติแต่ละเจ้า ก็ไม่เหมือนกัน ใครชอบร้านไหนก็ตามแต่รสนิยม
บริการดุจญาติพี่น้อง ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คนไทยจะพูดคุยกัน โดยใช้คำเรียกญาติทั้งที่ไม่รู้จักกัน ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ก็แทนตัวเองว่าป้าบ้างลุงบ้าง ทักทายลูกค้าด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส หากถูกคอก็ใจดีแถมสินค้าให้ด้วย ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดเมืองไทยครับ/ค่ะ
จบบทความประจำวัน เรื่อง “เสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทย”
เรียบเรียงและนำเสนอโดย ขนิษฐา ยิ้มดี
ท่านผู้ฟังที่สนใจบทความดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย www.nbt.prd.go.th หรือติดต่อได้ที่ส่วนกระจายเสียงในประเทศ โทรศัพท์ 0 2277 3804 ในวันและเวลาราชการ
ที่มา: www.sanook.com