ท่านผู้ฟังครับ/คะ หลายท่านคงเคยได้ยินความเชื่อเรื่อง ผื่นงูสวัดพันรอบตัวทำให้เสียชีวิตใช่หรือไม่ครับ/คะ โรคงูสวัด คือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกันกับเชื้อที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ผู้ที่เคยเป็น โรคอีสุกอีใส เมื่อหายแล้วเชื้อตัวนั้นจะหลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทของร่างกาย และสามารถซ่อนตัวอยู่ได้หลายปี โดยไม่แสดงอาการ จนกระทั่งร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง เช่น อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไป ติดเชื้อเอชไอวี หรือได้รับยากดภูมิต้านทานและวัคซีนบางชนิด เมื่อร่างกายอ่อนแอลงเชื้อไวรัสวาริเซลลา ที่แฝงตัวอยู่ในร่างกายก็จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนทำให้เกิดการอักเสบที่เส้นประสาท มีอาการปวดตามแนวเส้นประสาทและปล่อยเชื้อไวรัสมาที่ผิวหนัง มีผื่นตุ่มน้ำขึ้นตามเส้นประสาท หากมีการสัมผัสที่บริเวณผื่นเหล่านี้อาจทำให้ผื่นลุกลามไปบริเวณอื่น หรือบุคคลอื่นได้ และในรายที่ไม่เคยเป็นสุกใสหากมีการสัมผัสกับผู้ที่เป็นงูสวัด ก็จะทำให้เป็นโรคอีสุกอีใส
อาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัด จะรู้สึกแสบร้อนบริเวณผิวหนังจากนั้นจะมีผื่นแดงขึ้นตรงบริเวณที่ปวด คันตามแนวเส้นประสาทของร่างกาย ไม่กระจายไปทั่วเหมือนโรคเริม รอยของโรคมักเกิดเพียงด้านเดียวโดยส่วนใหญ่มักจะพบที่ลำตัว จากนั้นผื่นจะกลายเป็นตุ่มใส ตกสะเก็ด และหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แล้วแต่ภูมิต้านทานของแต่ละคน หากเป็นผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาจมีอาการที่รุนแรงกว่าปกติ และอาจมีภาวะแทรกซ้อนของโรคงูสวัดได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เมื่อผื่นหายแล้วผู้ป่วยจะยังคงมีอาการปวดอย่างต่อเนื่อง หรือในบางรายอาจปวดต่อเนื่องยาวนานเป็นเดือนหรือตลอดชีวิต หากโรคงูสวัดเกิดขึ้นที่บริเวณดวงตา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่บริเวณดวงตา เช่น ตาอักเสบ แผลที่กระจกตา หรือจอประสาทตาอักเสบ ส่งกระทบต่อการมองเห็น หากมีอาการรุนแรงอาจทำให้ใบหน้าเป็นอัมพาตครึ่งซีกได้ สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับดวงตาต่อไป
วิธีรักษาโรคงูสวัด หากอาการไม่รุนแรงสามารถรักษาด้วยตนเองได้โดยการรักษาแผลให้สะอาด ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเกลืออุ่นๆ ประคบไว้ประมาณ 5 ถึง 10 นาที ทำซ้ำวันละสามถึงสี่ครั้ง เมื่อถึงระยะที่ตุ่มน้ำแตกผู้ป่วยต้องเพิ่มความระมัดระวัง ควรล้างแผลด้วยน้ำเกลือสะอาดและปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหากมีอาการปวดแผลมากสามารถทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาได้ ไม่ควรใช้แกะเกาแผลเพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อน ทำให้แผลหายช้า และเป็นแผลเป็นได้ ดังนั้นความเชื่อเรื่องผื่นงูสวัดพันรอบตัวจะเสียชีวิตนั้น จึงไม่เป็นความจริง ผู้ป่วยที่เสียชีวิตหลังจากเป็นโรคงูสวัดนั้น เกิดจากในสมัยก่อนยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสงูสวัด และมีการรักษาที่ผิดวิธีทำให้เกิดการติดเชื้อ ลุกลามจนทำให้อวัยวะล้มเหลวจนเสียชีวิตนั่นเอง
โรคงูสวัด มักจะแสดงอาการตอนที่ร่างกายของเราอ่อนแอ แต่เราสามารถดูแลป้องกันตนเองได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการสัมผัสผื่นในผู้ป่วยที่เป็นงูสวัด โดยเฉพาะคนไข้ที่ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใส และผู้สูงอายุควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเพื่อเป็นการลดความรุนแรงของโรค
จบบทความประจำวัน เรื่อง “ความจริงของ งูสวัด ที่หลายคนยังไม่รู้”
เรียบเรียงโดย ธนัชพร อัครวัชรเสถียร
ท่านผู้ฟังที่สนใจบทความดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย radiothailand.prd.go.th หรือติดต่อได้ที่ส่วนกระจายเสียงในประเทศ โทรศัพท์ 0 2277 3804 ในวันและเวลาราชการ
ที่มา https://www.petcharavejhospital.com/en/Article/article_detail/Herpes-Zoster
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/shingles