อันตรายจากการติดหวาน

ท่านผู้ฟังครับ/คะ หลายท่านหลังรับประทานอาหารมื้อหลักแล้ว ยังรู้สึกว่าอยากล้างปาก เติมของหวานเข้าร่างกายให้รู้สึกสดชื่น จนหลายท่านอาจกำลังมีภาวะที่เรียกว่า อาการ "ติดหวาน" หากตัวเราอยากทราบว่าร่างกายเข้าข่ายติดหวานหรือการเสพติดน้ำตาลหรือไม่ ลองสังเกตตัวเองง่ายๆ ด้วยวิธีสังเกตอาการติดหวานด้วยตัวเอง เช่น รู้สึกอยากรับประทานแต่ขนมหวาน ผลไม้รสหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เมื่อไม่ได้รับประทานอาหารหรือขนมที่มีส่วนประกอบของแป้งหรือน้ำตาลจะรู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด มีอาการหิวบ่อย หรือมักนึกถึงอาหารอยู่เสมอ มีนิสัยรับประทานอาหารหวานต่อจากอาหารคาวเป็นประจำ หรือการเติมน้ำตาลเพิ่มในอาหารคาวเกือบทุกจาน พร้อมทั้งชอบดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน มากกว่า 1 แก้วต่อวัน หากมีอาการเหล่านี้แสดงว่าท่านผู้ฟังมีภาวะติดหวานแล้ว

แล้วความหวานเป็นอันตรายจริงหรือ ความจริงแล้วหากเราสามารถรับประทานน้ำตาลในระดับที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ความหวานหรือน้ำตาลก็ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกายและยังเป็นสารที่ให้พลังงานกับร่างกาย แต่คนส่วนใหญ่ทั่วโลกมักรับประทานน้ำตาลเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการ องค์การอนามัยโลกกำหนดให้บริโภคน้ำตาลไม่เกิน 10% ของพลังงานที่ควรได้รับ เช่น หญิงวัยทำงานอายุ 25-60 ปี ต้องการพลังงานอยู่ที่ 1600 กิโลแคลอรีต่อวัน ดังนั้นปริมาณที่บริโภคน้ำตาลไม่ควรเกิน 160 กิโลแคลอรี หรือ 10 ช้อนชาต่อวัน แต่ในผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ควบควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งลดความเสี่ยงการเกิดโรคจากการบริโภคน้ำตาลที่มากเกิน องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าควรบริโภคน้ำตาลให้น้อยกว่า 5% ของพลังงานที่ควรได้รับ หรือประมาณ 5 ช้อนชาต่อวัน สอดคล้องตามที่กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ คือ ปริมาณน้ำตาลไม่ควรเกิน 24 กรัมต่อวัน หรือ 6 ช้อนชาต่อวัน

หากใครเข้าสู่ภาวะติดหวาน จำเป็นต้องปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ตรงเวลา โดยให้มีสารอาหารครบถ้วนและสัดส่วนที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการบริโภคผลไม้แปรรูป หรือเครื่องดื่มแปรรูป เช่น น้ำผลไม้ จิบน้ำเปล่าบ่อย ๆ สั่งเครื่องดื่มหวานน้อย และงดการปรุงน้ำตาลเพิ่มในอาหารทุกมื้อ ลดการซื้อของหวานหรือเครื่องดื่มรสหวานกักตุนไว้ที่บ้านหรือที่ทำงาน และเลือกซื้อของว่างที่มีประโยชน์แทน รวมทั้งสังเกตปริมาณน้ำตาล และอ่านฉลากโภชนาการทุกครั้งก่อนการเลือกซื้อ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่มากับความหวาน อาทิ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันพอกตับ ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน เป็นต้น แน่นอนว่าการป้องกันโรคย่อมทำได้ง่ายกว่าการรักษาฟื้นฟูครับ/ค่ะ

จบบทความประจำวัน เรื่อง “อันตรายจากการติดหวาน”

เรียบเรียงโดย อรวรรณ หมอยาดี

ท่านผู้ฟังที่สนใจบทความดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย radiothailand.prd.go.th หรือติดต่อได้ที่ส่วนกระจายเสียงในประเทศ โทรศัพท์ 0 2277 3804 ในวันและเวลาราชการ

ที่มา : อาจารย์ ดร.ภญ.กัลยานี นุ่มโต อาจารย์ภาควิชาสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


ไฟล์เอกสารประกอบ
15 พ.ค. 67 อันตรายจากการติดหวาน.pdf |

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar