ท่านผู้ฟังครับ/คะ เมื่อสังคมไทยเข้าสู่โลกยุคดิจิทัล กิจกรรมหลายๆ อย่างมักทำผ่านมือถือ หรือ “สมาร์ตโฟน” ได้อย่างสะดวก ทำให้โทรศัพท์มือถือเหมือนอวัยวะที่ 33 ของใครหลาย ๆ คน เป็นทั้งเครื่องมือที่ใช้ดำรงชีวิต หาข้อมูลความรู้ และฆ่าเวลายามว่าง แม้ว่าสมาร์ตโฟนจะเป็นเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์ชีวิตยุคดิจิทัลได้เกือบทุกอย่าง แต่ของทุกอย่างมีทั้งประโยชน์ และโทษถ้าเราใช้เกินพอดี ไม่เว้นแม้แต่สมาร์ตโฟน ที่ถ้าเกิดอาการ “ติด” ขึ้นมาแล้ว ก็จะนำไปสู่การเป็นโรค “โนโมโฟเบีย” (Nomophobia) ได้
โรคโนโมโฟเบีย หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “โรคขาดมือถือไม่ได้” ใช้เรียกอาการที่เกิดจากความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นเมื่อขาดโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ตโฟนเพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร จัดเป็นโรคจิตเวชประเภทหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มของอาการวิตกกังวล และด้วยชีวิตยุคดิจิทัลที่ต้องพึ่งพาสมาร์ตโฟนในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้คนส่วนใหญ่เป็นโรคนี้ โดยไม่รู้ตัว มาสำรวจตัวเองกันดีกว่าว่า ติดมือถือแค่ไหน ถึงเรียกว่าเป็นโนโมโฟเบีย ?
คนที่เป็นโรคโนโมโฟเบีย มักจะต้องมีโทรศัพท์อยู่ติดตัวตลอดเวลา ถ้าไม่มีจะรู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวายหมกมุ่นอยู่กับการอัปเดตข้อมูลในสมาร์ตโฟน ถึงไม่มีเรื่องด่วน ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาดูแทบตลอดเวลา ถ้ามีเสียงเตือนหรือสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์มือถือ จะหยุดทุกอย่างเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ถ้าตอนนั้นทำอะไรค้างไว้อยู่และไม่สามารถดูโทรศัพท์ได้ทันที จะทำให้ขาดสมาธิจากกิจกรรมที่ทำค้างไว้ทันที นอกจากนี้มักจะหยิบโทรศัพท์เป็นอย่างแรก ทันทีหลังตื่นนอน และก่อนนอนก็ต้องไถมือถือดูก่อนถึงจะนอนหลับได้ การชอบเล่นโทรศัพท์ระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นตอนรับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำ ขับรถ นั่งรถเมล์ ขึ้นบีทีเอส รอคิวสั่งอาหาร และยังกลัวโทรศัพท์ตัวเองหายมากที่สุด แม้ว่าจะเก็บไว้ในที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม และไม่เคยปิดมือถือเลย รวมไปถึงพูดคุยกับเพื่อนออนไลน์มากกว่าคุยกับเพื่อนที่อยู่ตรงหน้า เวลานัดเจอกัน หรือบางคนตั้งใจลองงดเล่นมือถือ 1 ชั่วโมง แต่ก็ยังทำไม่ได้
ท่านผู้ฟังครับ/คะ ลองสำรวจตัวเอง หากใครมีอาการดังกล่าวข้างต้นแล้ว แสดงว่าเข้าข่ายโรคติดมือถือ แนะนำให้เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อพักหรือเว้นจากการใช้เทคโนโลยีหรือโซเชียลมีเดียชั่วคราว ลองหากิจกรรมให้ตัวเองทำที่ไม่ใช่การเล่นมือถือ หรือดูหนังผ่านมือถือ ลองเปลี่ยนเป็นการไปวิ่งออกกำลังกายในสวน หรือหากิจกรรมทำกับเพื่อนที่ต้องอาศัยการพูดคุย และร่วมทำกิจกรรมกันต่อหน้า เพื่อลดอาการ “ติดมือถือ” ที่เป็นอยู่ให้เบาบางลง
จบบทความประจำวัน เรื่อง “เช็คอาการ คุณเป็นโรคติดมือถือหรือไม่?”
เรียบเรียงโดยนางสาวจิดาภา ศศิธรภัทร์/เตชินท์มัชฌันติกะ นำเสนอ
ท่านผู้ฟังที่สนใจบทความดังกล่าว ติดต่อได้ที่ส่วนกระจายเสียงในประเทศ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 0 2277 3804 ในวันและเวลาราชการ
ที่มา : https://th.jobsdb.com/th/career-advice/article/nomophobia-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD