กุหลาบ ได้รับการยกให้เป็นดอกไม้แห่งความรัก เป็นพืชเก่าแก่กว่า 30 ล้านปี กำเนิดขึ้นก่อนที่มนุษย์จะเกิดขึ้น มีฟอสซิลกุหลาบจากหลายแห่งเป็นหลักฐานยืนยัน สำหรับกุหลาบในยุคนี้ที่ยังพบเห็นกันถึงปัจจุบันเป็นกุหลาบป่าที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในแถบนิวเม็กซิโก อเมริกาเหนือ แอฟริกา แถบเทือกเขาหิมาลัย ไปจนถึงจีนและญี่ปุ่น และน่าสนใจว่า กุหลาบที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติดังกล่าวจะมีเฉพาะในซีกโลกเหนือเท่านั้น
มนุษย์เพิ่งรู้จักกุหลาบเมื่อประมาณ 1,300 ปีก่อนคริสต์ศักราช ที่มีการสร้างสุสานฟาโรห์ ตุตันคามุนแห่งอียิปต์ พบช่อดอกกุหลาบแห้งอยู่ภายในสุสาน หรือในประเทศจีนเมื่อประมาณ 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช ที่มีบันทึกว่า มีการปลูกกุหลาบป่าในพระราชวัง ซึ่งตรงกับสมัยราชวงศ์ฮั่น ขณะที่เอกสารโบราณก็กล่าวถึงกุหลาบไว้ด้วย
บันทึกเก่าแก่ที่สุด เมื่อ 2,768-2,485 ปีก่อนคริสต์ศักราช กล่าวถึง “ดอกกุหลาบ” ว่า ครั้งที่กษัตริย์ซูเมอร์ (สุเมเรียน) และอัคคาด ยกทัพเข้ามาในเอเชียไมเนอร์ ได้นำพืช 3 ชนิด คือ องุ่น, มะเดื่อ และกุหลาบ เข้ามาปลูกที่ปากแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรติส
และอีกหนึ่งบันทึกจากกวีโฮราซแห่งจักรวรรดิโรมัน กล่าวถึงยุคหนึ่งที่ “กุหลาบ” เป็นที่นิยมสูงสุดและใช้สักการะเทพวีนัส ของโรมัน และเป็นที่นิยมสูงสุด ไว้ในบทกวีของเขาว่า เมื่อคนหันมาปลูกกุหลาบอย่างคลั่งไคล้ เปลี่ยนแปลงสวนผลไม้เป็นแปลงดอกไม้ เปลี่ยนไร่ข้าวโพดเพื่อไปปลูกดอกกุหลาบ เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะแหล่งอาหารต้องลดลง อันเป็นสัญญาณของความอดอยาก
สำหรับประวัติศาสตร์กุหลาบในไทย ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเริ่มมีการปลูกกุหลาบตั้งแต่เมื่อใด หากพบว่า มีการปลูกกุหลาบในไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา จากบันทึกของ ลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กล่าวว่า ได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกสมัยกรุงศรีอยุธยา พระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศ กล่าวถึงกุหลาบเอาไว้ในบางช่วงตอน
ส่วนการปลูกกุหลาบอย่างแพร่หลาย คาดว่าเริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงปัจจุบันกุหลาบเป็นดอกไม้เศรษฐกิจที่ปลูกทั้งเพื่อจำหน่ายและส่งออก ตัวเลขเมื่อปี 2563 มีพื้นที่ปลูกกุหลาบประมาณ 5,000 ไร่ ในจังหวัดตาก, เชียงใหม่, เชียงราย, นครปฐม, ราชบุรี, กาญจนบุรี และนครราชสีมา ครับ/ค่ะ
จบบทความประจำวัน เรื่อง “เปิดเส้นทาง 30 ล้านปี “กุหลาบ” ดอกไม้แห่งความรัก”
เรียบเรียงโดย ปาณิสรา พานแก้ว / เตชินท์ มัชฌันติกะ
ท่านผู้ฟังที่สนใจบทความดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย radiothailand.prd.go.th หรือติดต่อได้ที่ส่วนกระจายเสียงในประเทศ โทรศัพท์ 0 2277 3804 ในวันและเวลาราชการ
ที่มา : ศิลปวัฒนธรรม