ท่านผู้ฟังครับ/คะ ประเพณีผูกเสี่ยว หรือพิธีผูกเสี่ยว จัดเป็นประเพณีเก่าแก่และดีงามพิธีหนึ่งของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ได้ประพฤติปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลานานนับศตวรรษ ครับ/ค่ะ
คำว่า "เสี่ยว” เป็นภาษาอีสานแท้ๆ ซึ่งชาวอีสานทุกคนต่างมีความซาบซึ้งกับคำนี้เป็นอย่างดี เพราะหมายถึง มิตรแท้ เพื่อนแท้ หรือเพื่อนตาย ซึ่งมีความซื่อสัตย์ ความจริงใจต่อกัน มีความผูกพันทางด้านจิตใจกันอย่างจริงใจและเต็มใจ และไม่มีอำนาจใดๆ จะมาพรากให้จากกันได้แม้แต่ความตาย ทั้งนี้ความผูกพันของเสี่ยวนี้ไม่มีเฉพาะกับเสี่ยวเท่านั้น หากมีความหมายผูกพันเชื่อมโยงไปถึงครอบครัว ญาติ พี่น้อง และหมู่บ้านของเสี่ยวด้วย ซึ่งการผูกเสี่ยวมีขั้นตอนดังนี้
การหาคู่เสี่ยว ทำได้สองวิธี คือคู่เสี่ยวคบหากันเอง หรือ พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่หาให้ และไม่ว่าจะหาคู่เองหรือ พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่หาให้ ผู้ที่จะเป็นคู่เสี่ยวกัน ควรจะมีคุณสมบัติคือ อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกัน นิสัยใจคอคล้ายหรือใกล้เคียงกัน มีเพศเดียวกันหรือต่างเพศก็ได้
พิธีผูกเสี่ยว จัดให้มีอุปกรณ์ในพิธีเช่นเดียวกันกับการสู่ขวัญ โดยจัด "ขันหมากเบ็ง" และมี "หมอสูดขวัญ" (หมอพราหมณ์) เป็นผู้ทำพิธีให้ คู่เสี่ยวต้องนั่งหมอบหันหน้าเข้าหาขันหมากเบ็ง ซึ่งอีกด้านหนึ่งหมอสูดขวัญ (หมอสู่ขวัญ) จะนั่งทำพิธีเฮียกขวัญ (เรียกขวัญ) ซึ่งห้อมล้อมด้วยญาติพี่น้องและผองเพื่อนทั้งสองฝ่าย ที่มาร่วมพิธีเพื่อเป็นสักขีพยาน หมอสูดขวัญ จะเริ่มพิธีโดยให้คู่เสี่ยวจุดเทียนที่ปักไว้ยอดขันหมากเบ็ง แล้วหมอจะนำไหว้พระจบแล้วหมอสูดขวัญจะกล่าวเชิญเทวดา จากนั้นจึงสวดคำสู่ขวัญจนจบ แล้วหมอสูดขวัญจะนำเอาข้าวเหนียวใส่มือให้คู่เสี่ยวคนละหนึ่งปั้น พร้อมไข่ต้มคนละฟอง กล้วยน้ำว้าคนละใบ และผูกแขน(ความจริงผูกที่ข้อมือ) ให้แก่คู่เสี่ยวเป็นครั้งแรก โดยใช้เส้นด้าย (หรือฝ้าย) ที่วางอยู่ในขันหมากเบ็งมาผูก ซึ่งขั้นตอนนี้เรียกว่า "การผูกเสี่ยว" จากนั้นพ่อแม่พี่น้องรวมทั้งเพื่อนฝูงของแต่ละฝ่าย ก็จะผูกแขนให้คู่เสี่ยวพร้อมทั้งให้ศีลให้พรและบางคนก็ให้โอวาทแก่คู่เสี่ยว ให้ทั้งสองรักกันเกื้อกูลกัน ตลอดจนเคารพนับถือญาติของแต่ละฝ่ายจนตราบเท่าวันตาย ซึ่งตอนนี้เรียกว่า "ขอดเสี่ยว" เสร็จแล้วก็นำข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงดูผู้มาร่วมพิธีผูกเสี่ยวทุกคน
ท่านผู้ฟังครับ/คะ การผูกเสี่ยวนั้น เสมือนเป็นการผูกพันสร้างมิตรภาพระหว่างกัน มีเพื่อนที่มีความรัก ความจริงใจ ความเข้าใจต่อกันเป็นอย่างดี นับตั้งแต่ตัวของเสี่ยว ครอบครัวต่อครอบครัว หมู่บ้านต่อหมู่บ้าน หรือ อำเภอต่ออำเภอ ความรักความเข้าใจนี้จะช่วยให้บุคคลในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขฉันท์พี่น้อง สงเคราะห์เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน การผูกเสี่ยวจึงเท่ากับเป็นการสร้างสรรค์ ความรัก ความเข้าใจ ความสามัคคีระหว่างชนในหมู่บ้านและในชาติได้เป็นอย่างดีครับ/ค่ะ
จบบทความประจำวัน เรื่อง “ประเพณีผูกเสี่ยว” คำสัญญาแห่งมิตรแท้และเพื่อนตาย”
เรียบเรียงโดย ปาณิสรา พานแก้ว/ เตชินท์ มัชฌันติกะ นำเสนอ
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม