บทความประจำวัน วันนี้เสนอเรื่อง “วันคริสต์มาส” ท่านผู้ฟังครับ/คะ เสียงเพลง Jingle Bells และ Last Christmas ถูกเปิดในห้างสรรพสินค้าและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นสัญญาณว่าอยู่ในช่วงเทศกาล "วันคริสต์มาส" แม้เทศกาลนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมตะวันตก แต่ก็มีอิทธิพลด้านการท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทั่วโลก กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่ผู้คนต่างออกมาเฉลิมฉลองกันครับ/ค่ะ วันคริสต์มาส (Christmas) คือวันที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู ซึ่งเป็นศาสดาสูงสุด ของศาสนาคริสต์ ถือเป็นวันหยุดประจำปีที่ชาวคริสต์ให้ความสำคัญมาก เนื่องจากวันคริสต์มาสเป็นวันที่คริสต์ศาสนิกชนนิยมทำพิธีมิสซา โดยชาวคริสต์เชื่อว่าพระเยซูประสูติ ณ เมืองเบธเลเฮม แคว้นจูเดีย ในสมัยจักรพรรดิออกัสตัสแห่งกรุงโรม ต่อมาใน ค.ศ.274 จักรพรรดิออเรเลียน ทรงกำหนดให้วันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันเฉลิมฉลองเหล่าสุริยเทพของชาวโรมัน แต่ชาวคริสต์ในอาณาจักรโรมันถือว่าพระเยซูคือผู้ทรงอยู่เหนือความตาย และเป็นศาสดาสูงสุดที่พวกเขานับถือ จึงเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซูในวันดังกล่าวแทน ส่วนวันคริสต์มาสอีฟ จะตรงกับวันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี หรือก่อนวันคริสต์มาสเพียง 1 วัน ในตอนเย็นของวันคริสต์มาสอีฟ เด็ก ๆ จะนำถุงเท้ามาแขวนไว้หน้าเตาผิงเพื่อรอของขวัญจากซานตาคลอส ซึ่งเป็นชายแก่ใจดีที่เด็กทั่วโลกรอคอย ภาพชายแก่ร่างอ้วน สวมชุดสีแดง หนวดเคราสีขาว ที่มาพร้อมรถลากเลื่อนและกวางเรนเดียร์จมูกแดง หรือที่เรียกกันว่า "ซานตาคลอส" กลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของวันคริสต์มาส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การร้องเพลงคริสต์มาสเฉลิมฉลองตามบ้าน การกินอาหารมื้อพิเศษ การชมภาพยนตร์เรื่องโปรดร่วมกัน การตกแต่งต้นคริสต์มาสในบ้านหรือบริเวณโดยรอบเพื่อสร้างบรรยากาศ ซึ่งต้นคริสต์มาสถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่จะขาดไม่ได้เลย ที่นิยมประดับประดาด้วยกล่องของขวัญและถุงเท้า พร้อมทั้งติดไฟสีสันสวยงาม ในรุ่งเช้าซึ่งเป็นวันคริสต์มาส เป็นวันที่สมาชิกในครอบครัวจะอยู่กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ทำกิจกรรมและรับประทานอาหารค่ำมื้อพิเศษร่วมกัน ซึ่งเมนูอาหารที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ ไก่งวง และเครื่องดื่มประเภทต่าง ๆ มีการจัดงานเฉลิมฉลอง ประดับต้นคริสต์มาสตามสถานที่ต่าง ๆ และจัดแสดงแสง สี เสียง อย่างสวยงาม และคำทักทายที่เราได้ฟังบ่อย ๆ ในเทศกาลนี้คือ “Merry Christmas” ซึ่งคำว่า “Merry” ในภาษาอังกฤษโบราณแปลว่า “สันติสุขและความสงบทางใจ” เพราะฉะนั้นคำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่นขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบทางใจเนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสนั่นเองครับ/ค่ะ ท่านผู้ฟังครับ/คะ จะเห็นได้ว่าทุกเทศกาลสำคัญมักมีที่มาและความสำคัญที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ ความเชื่อและวิถีชีวิต "วันคริสต์มาส" ก็เป็นอีกเทศกาลที่มีความเป็นมาที่น่าสนใจ และผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญครับ/ค่ะ จบบทความประจำวัน เรื่อง “วันคริสต์มาส” เรียบเรียงโดย จิดาภา ศศิธรภัทร์ / เตชินท์ มัชฌันติกะ นำเสนอ ท่านผู้ฟังที่สนใจบทความดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย radiothailand.prd.go.th หรือติดต่อได้ที่ส่วนกระจายเสียงในประเทศ โทรศัพท์ 0 2277 3804 ในวันและเวลาราชการ ที่มา : www.history.com