การรับประทานหรือฉีดวิตามินผิวขาว

บทความประจำวัน วันนี้เสนอเรื่อง “การรับประทานหรือฉีดวิตามินผิวขาว” ท่านผู้ฟังครับ/คะ ลักษณะสีผิวของแต่ละคนแต่ละชาติถูกกำหนดขึ้นมาโดยพันธุกรรม เพราะฉะนั้นการกระทำใด ๆ ที่หวังจะให้สีผิวของเราเปลี่ยนไปจากผิวคล้ำเป็นผิวขาว ไม่ว่าจะเป็นการทายา รับประทานยาหรือฉีดยา จะให้ผลที่ไม่ถาวร ครับ/ค่ะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า วิตามินฉีดผิวไม่ใช่การรักษาที่เป็นมาตรฐาน ปัจจุบันมีหลายคนใช้ยาหรือสารต่าง ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี กลูต้าไธโอน และสารผสมหลาย ๆอย่าง หรือที่เรียกว่า ค็อกเทล (Cocktail) คือจะไม่ทราบว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง แล้วมาฉีดให้กับเรา กลูต้าไธโอน เป็นสารสกัดที่ได้โดยบังเอิญจากกระบวนการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งเมื่อฉีดยาดังกล่าวให้ผู้ป่วยแล้วพบว่าผิวของผู้ป่วยขาวขึ้นจากปกติ ทำให้พ่อค้าแม่ขายหลายเจ้าได้นำผลข้างเคียงของยานี้มาโฆษณาชวนเชื่อสำหรับผู้ที่อยากมีผิวขาวใส อย่างไรก็ตามด้วยคุณสมบัติของกลูต้าไธโอนนั้น เป็นสารที่มีความไม่คงตัว สามารถสลายได้ง่ายมาก หากจะใช้ให้ขาวต้องใช้เป็นเวลานานและสม่ำเสมอ ในกรณีที่ต้องการให้ผิวขาวด้วยการฉีดเข้าเส้นเลือดดำนั้น ต้องฉีดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง ซึ่งเรียกได้ว่าอันตรายมาก เพราะสามารถทำให้เกิดอาการตาพร่า เนื่องจากกลูต้าไธโอนเป็นสารที่สามารถลดปริมาณเม็ดสีภายในร่างกาย โดยเม็ดสีที่ว่านี้รวมทั้งสีผิวและสีตา ดังนั้น หากผิวหนังมีสีอ่อนลง สีตาก็อ่อนลงเช่นกัน เมื่อสีตาอ่อนลงก็จะสู้แสงได้น้อยลง และหากดวงตาสัมผัสกับแดดหรือแสงจากจอโทรศัพท์มือถือ ก็จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงอาการตาบอดในที่สุด ส่วน วิตามินซี ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าสามารถช่วยเรื่องหวัดและทำให้ผิวขาวใส แต่ในความเป็นจริงแล้วยังไม่มีวิจัยหรือหลักฐานทางวิชาการใดที่ระบุว่าวิตามินซีส่งผลต่อสีผิว หรือแม้แต่ในเรื่องประสิทธิภาพการป้องกันหวัดก็อยู่ในระดับที่อาจจะป้องกันได้เท่านั้น (ระดับ Possibly effective) ซึ่งการใช้วิตามินซีที่ถูกต้องคือการใช้รักษาโรคเลือดออกตามไรฟันและลักปิดลักเปิดในผู้ป่วยที่ขาดวิตามินซีเท่านั้น ทั้งนี้ อันตรายที่จะเกิดได้ อาจจะมีผลมาจากตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนจากทางองค์การอาหารและยา การฉีดยาเข้าเส้นเลือดโดยตรงอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้เกิดอาการช็อก ผื่นขึ้นลุกลาม ความดันต่ำ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ซึ่งอันตรายมาก ท่านผู้ฟังครับ/คะ การฉีดหรือการรับประทานวิตามินให้ผลเหมือนกัน แต่การฉีดจะมีข้อดีในเรื่องของการดูดซึมที่รวดเร็วแน่นอน แพทย์จะเลือกใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องของการดูดซึม คนที่ไม่สามารถกลืนกินยาได้ ส่วนการรับประทานจะมีอันตรายน้อยกว่าการฉีดโดยตรง เพราะการฉีดเราไม่สามารถทราบได้ว่าได้รับตัวยาอะไรเข้ามาบ้างตามที่กล่าวไว้ อย่างไรก็ตามการมีสุขภาพผิวที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เรื่องของความขาวใสเพียงอย่างเดียว แต่คือผิวที่สะอาด อยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีโรค จึงจะขึ้นชื่อได้ว่ามีผิวสุขภาพดี ครับ/ค่ะ จบบทความประจำวัน เรื่อง “การรับประทานหรือฉีดวิตามินผิวขาว” เรียบเรียงโดย ยุทธพร บานเย็น / เตชินท์ มัชฌันติกะ ท่านผู้ฟังที่สนใจบทความดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย radiothailand.prd.go.th หรือติดต่อได้ที่ส่วนกระจายเสียงในประเทศ โทรศัพท์ 0 2277 3804 ในวันและเวลาราชการ ที่มา : โรงพยาบาลรามาธิบดี


  วันที่แผยแพร่  

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar