บทความประจำวัน วันนี้เสนอเรื่อง “ช่วงเวลาที่ควรดื่มน้ำเพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน” ท่านผู้ฟังครับ/คะ การดื่มน้ำสำคัญต่อระบบการทำงานในร่างกายของเรา แต่หากเลือกช่วงเวลาในการดื่มน้ำที่เหมาะสม จะยิ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้นในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพโดยรวม ระบบเผาผลาญพลังงาน การทำงานของฮอร์โมนต่างๆ และภูมิคุ้มกันโรคก็จะดี ฉะนั้นจึงควรดื่มน้ำในเวลาที่จำเป็น ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายรู้สึกหิวน้ำขึ้นมาบ่อยๆ และน้ำที่ดีที่สุดกับร่างกายคือน้ำเปล่า ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำแร่หรือน้ำที่มีการเติมสารวิตามินต่างๆ แต่อย่างใด เพียงแต่เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการดื่มน้ำให้มากขึ้น โดยมีเวลาที่ควรดื่มน้ำเพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ดังนี้ ครับ/ค่ะ 1.หลังตื่นนอน รีบดื่มน้ำทันทีหลังจากตื่นนอน อย่างน้อย 1 แก้ว (200 cc.) เพื่อเติมน้ำและสร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย ได้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ลดอาการเวียนศีรษะ มึนๆ งงๆ 2.ขณะและหลังออกกำลังกาย ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำทั้งในขณะที่ออกกำลังกายและหลังออกกำลังกาย ควรจิบน้ำเล็กน้อยระหว่างออกกำลังกายเรื่อยๆ ไม่ให้ร่างกายรู้สึกขาดน้ำตลอดการออกกำลังกาย แต่ไม่ควรดื่มน้ำหมดขวดในครั้งเดียว เพราะอาจทำให้เกิดอาการจุกเสียดขึ้นได้ 3.ก่อนรับประทานอาหาร 30 นาที เป็นการกระตุ้นร่างกายว่ากำลังจะเริ่มรับประทานอาหารเข้าไป เพื่อให้ระบบย่อยอาหารเตรียมพร้อมต่อการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารยังอาจทำให้อิ่มเร็วขึ้น มีความอยากอาหารน้อยลง จึงเป็นวิธีที่ดีต่อคนที่กำลังลดน้ำหนัก 4.ก่อนอาบน้ำ การดื่มน้ำในช่วงก่อนอาบน้ำ เหมาะสำหรับคนที่ชอบอาบน้ำอุ่น เพราะการอาบน้ำอุ่นทำให้เลือดไหลเวียนไปตามผิวหนังมากยิ่งขึ้น เลือดส่งไปเลี้ยงสมองน้อยลง และอาจเสี่ยงต่ออาการเวียนศีรษะ หรือหน้ามืดจากภาวะความดันโลหิตลดลงได้ ซึ่งเป็นอาการที่อันตรายมาก การดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนอาบน้ำสามารถช่วยลดความเสี่ยงภาวะความดันตกระหว่างอาบน้ำอุ่นได้ เพื่อป้องกันอาการหน้ามืดระหว่างอาบน้ำอุ่นได้ 5.ก่อนเข้านอน การดื่มน้ำก่อนเข้านอนจะช่วยลดความเสี่ยงภาวะขาดน้ำระหว่างที่นอนไปหลายชั่วโมงได้ แต่อย่าดื่มน้ำก่อนเข้านอนมากจนเกินไป เพราะอาจรบกวนร่างกายให้ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะระหว่างที่นอนหลับอยู่บ่อยๆ 6.เมื่อรู้สึกว่ามีไข้ ไม่สบาย เพราะร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น การดื่มน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายและขับความร้อนออกทางปัสสาวะ ทำให้หายไข้ได้ไวยิ่งขึ้น และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย 7.เมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย หากมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อย เบื่อ หงุดหงิดง่าย อาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำได้ ดังนั้นการดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้ว สามารถช่วยให้อาการเหล่านี้ลดลงได้ โดยการดื่มน้ำที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน และไม่ควรดื่มน้ำรวดเดียวในปริมาณมาก ควรค่อยๆ จิบ ค่อยๆ ดื่มไปตลอดทั้งวันจะดีกว่า 8.เมื่อต้องอยู่เฝ้าไข้ผู้ป่วย หรือต้องอยู่ในบริเวณที่เต็มไปด้วยผู้ป่วย การดื่มน้ำช่วยปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อจากผู้ป่วยที่อยู่รอบตัวเราได้ เพราะการดื่มน้ำช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งยังช่วยลดความตึงเครียดและอาการอ่อนเพลียจากการดูแลผู้ป่วยได้อีกด้วย ครับ/ค่ะ จบบทความประจำวัน เรื่อง “ช่วงเวลาที่ควรดื่มน้ำเพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน” เรียบเรียงโดย อรัญญา ชมชื่น / เตชินท์ มัชฌันติกะ นำเสนอ ท่านผู้ฟังที่สนใจบทความดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย radiothailand.prd.go.th หรือติดต่อได้ที่ส่วนกระจายเสียงในประเทศ โทรศัพท์ 0 2277 3804 ในวันและเวลาราชการ ที่มา : นพ.นันทพล พงศ์รัตนามาน อาจารย์ที่ปรึกษา แผนกศัลยศาสตร์หลอดเลือด โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า