
เกร็ดความรู้เรื่องไฟป่า "ไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุ"
ไฟป่าในป่าพรุนั้น มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากไฟป่าในประเทศไทยทั่วไปคือ มีลักษณะเป็น "ไฟกึ่งผิวดินกึ่งใต้ดิน(Semi-Ground Fire)" ซึ่งไฟลักษณะนี้จะมีการไหม้ในสองมิติ คือ ส่วนหนึ่งจะไหม้ในแนวราบไปตามพื้นผิวป่าเช่นเดียวกับไฟผิวดิน ในขณะเดียวกัน ไฟอีกส่วนหนึ่งจะไหม้ในแนวดิ่งลงไปในชั้นดินพรุ ซึ่งเรื่องนี้ ถึงแม้ชั้นดินพรุบางแห่งจะหนาหลายเมตรก็ตาม แต่ไฟในแนวดิ่งจะไหม้ลงไปได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากยิ่งลึกปริมาณออกซิเจนจะยิ่งน้อย และยิ่งลึกจะยิ่งใกล้ระดับน้ำใต้ดิน ทำให้ความชื้นมีมากขึ้นตามระดับความลึกของดิน ดังนั้น วิธีการป้องกันไฟป่าในป่าพรุอีกหนึ่งทางก็คือ การรักษาระดับน้ำใต้ดินด้วยวิธีต่างๆ
เนื่องจากลักษณะเฉพาะของไฟป่าพรุมีความแตกต่างจากไฟป่าบกทั่วไป ทำให้วิธีการดับไฟและกลยุทธ์ต่างๆที่ใช้ดับไฟป่านั้น มีความแตกต่างไปจากไฟป่าบกด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามการดับไฟป่าในป่าพรุนั้นมีความยากลำบากกว่าการดับไฟในป่าบกหลายเท่าตัว เพราะเจ้าหน้าที่ต้องต่อสู้ทั้งไฟผิวดินและไฟที่อยู่ใต้ดิน ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง การหาขอบเขตที่เเท้จริงของไฟได้ยากเนื่องจาก ไฟมีควันมหาศาลแต่เเทบจะไม่เห็นเป็นเปลวไฟเลย ในขณะที่ไฟจะคุกรุ่นคืบคลานไปเรื่อยๆ ดังนั้นไฟที่คิดว่าดับลงแล้ว จึงกลับมาคุขึ้นใหม่ได้โดยง่าย ทำให้ผู้ที่มีประสบการณ์ในการดับไฟป่าพรุตระหนักดีว่า ไฟป่าพรุที่ยังมีขนาดเล็กเนื้อที่ไม่กี่ไร่เท่านั้น ถึงจะสามารถดับได้อย่างเด็ดขาด หากปล่อยให้ไฟลุกลามกินเนื้อที่กว้างขวางหลายพันไร่แล้วนั้น การดับไฟให้ได้อย่างเด็ดขาดแทบเป็นไปไม่ได้หรือถ้าทำได้ ต้องใช้เวลานานหลายวัน หรืออาจต้องใช้เวลานานนับเดือนและอาจจะต้องสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่าไปอย่างน่าเสียดาย...
จัดทำโดย : ฝ่ายวิชาการและความร่วมมือด้านควบคุมไฟป่า ส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า