เรื่องต้องรู้ คู่มือสำหรับถือศีลกินเจ

บทความประจำวัน วันนี้เสนอเรื่อง “เรื่องต้องรู้ คู่มือสำหรับถือศีลกินเจ” ท่านผู้ฟังครับ/คะ เทศกาลกินเจมาถึงอีกปีแล้ว หลายๆ ท่านคงมีความรู้เรื่องการเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจมาแล้ว แต่สำหรับบางท่านที่เป็นมือใหม่ อาจยังไม่รู้รายระเอียดเกี่ยวกับข้อห้าม หรือข้อปฏิบัติเท่าไรนัก บทความประจำวันวันนี้จึงได้รวบรวมรายละเอียดและเรื่องที่ต้องรู้ก่อนถือศีลกินเจมาฝากกัน ดังนี้ ครับ/ค่ะ คำถามแรกคือ ใครบ้างที่สามารถกินเจได้ คำตอบก็คือ การกินเจสามารถกินได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่จะมีข้อจำกัดสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ เพราะเป็นวัยที่ต้องการสารอาหารควบถ้วนในการเจริญเติบโต อีกทั้งยังต้องระวังในคนที่มีโรคประจำตัว เช่น ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีภาวะฟอสฟอรัสในเลือดสูง เพราะกลุ่มอาหารเจที่เป็นโปรตีนจากถั่วเหลืองจะมีปริมาณฟอสฟอรัสค่อนข้างสูง นอกจากนี้อาหารเจจะมีความมันและโซเดียมสูง ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเรื้อรังจึงไม่เหมาะจะบริโภคอาหารเจเป็นเวลานานครับ/ค่ะ อีกหนึ่งคำถามที่มักจะเกิดข้อสงสัยในช่วงกินเจก็คือ กินเจแตกต่างจากกินมังสวิรัติอย่างไร มังสวิรัติแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ มังสวิรัติแบบไม่เคร่งครัดที่สามารถบริโภคนมและไข่ได้ ส่วนอีกประเภทคือมังสวิรัติแบบเคร่งครัด ซึ่งจะมีความคล้ายกับการกินเจตรงที่งดเว้นเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เหมือนกัน แต่มังสวิรัติจะสามารถนำผักทุกชนิดมาปรุงได้ ในขณะที่อาหารเจมีการปรุงอาหารที่เข้มงวดกว่า เช่น งดผักที่มีกลิ่นฉุน รวมถึงยังต้องรักษาศีลให้จิตใจบริสุทธิ์ด้วย ในเทศกาลการกินเจอาจทำให้บางท่านกังวลในเรื่องรูปร่าง เนื่องจากอาหารเจส่วนใหญ่มีส่วนผสมของแป้งเป็นหลัก อีกทั้งยังมีความมันจากการผัด การทอดที่ใช้น้ำมันเยอะเพื่อปรับให้มีรสชาติที่อร่อยขึ้น ให้รับประทานง่าย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนกินเจน้ำหนักขึ้นเพราะร่างกายได้รับพลังงานและโซเดียมมากเกิน ดังนั้น ผู้ที่กินเจจึงควรเลือกกินอย่างถูกต้อง โดยเน้นอาหารจากธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ เต้าหู้ หรืออาหารที่ปรุงแต่งน้อยที่สุดครับ/ค่ะ ในส่วนของข้อปฏิบัติ และข้อห้ามเมื่อต้องถือศีลกินเจ การถือศีลกินเจนั้นมีข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่สืบทอดกันมาหลายอย่าง เช่น งดเว้นเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ งดเว้นผักที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ เนื่องจากชาวจีนมีความเชื่อว่าผักที่มีกลิ่นฉุนจะส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของผู้ที่ถือศีลกินเจทำให้มีจิตใจเร่าร้อน ขัดขวางการรักษาศีล นอกจากนี้ยังต้องงดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของมึนเมาทุกชนิด และเน้นอาหารรสชาติอ่อน ๆ ไม่เปรี้ยวจัด เค็มจัด ไม่ปรุงแต่งรสชาติมากเกินไป เพื่อให้ดีต่อสุขภาพร่างกาย ฝึกให้จิตใจให้ไม่ยึดติดเช่นเดียวกับการบำเพ็ญรักษาศีลครับ/ค่ะ สุดท้ายนี้ การกินเจคือการทำบุญต่อสัตว์และเป็นการรักษาศีล ดังนั้นผู้ที่กินเจจะต้องไม่เบียดเบียนตนเอง กินให้อิ่ม เลือกกินอาหารเจที่ดีต่อร่างกาย และขอให้ทุกท่านกินเจอย่างมีความสุขในปี 2566 ได้รับบุญเต็มอก รับอาหารเต็มท้อง และขออนุโมทนาบุญกับความตั้งใจละเว้นชีวิตสัตว์ของทุกท่านด้วยนะครับ/คะ จบบทความประจำวัน เรื่อง “เรื่องต้องรู้ คู่มือสำหรับถือศีลกินเจ” เรียบเรียงโดย ปาณิสรา พานแก้ว/ เตชินท์ มัชฌันติกะ ท่านผู้ฟังที่สนใจบทความดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย radiothailand.prd.go.th หรือติดต่อได้ที่ส่วนกระจายเสียงในประเทศ โทรศัพท์ 0 2277 3804 ในวันและเวลาราชการ ที่มา : กลุ่มสาขาวิชาโภชนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล


ไฟล์เอกสารประกอบ
18 ต.ค. 66 เรื่อง เรื่องต้องรู้ คู่มือสำหรับถือศีลกินเจ.pdf |

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar