ท่านผู้ฟังครับ/คะ การสำลัก คืออาการที่เกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องคอหรือหลอดลม และกีดขวางช่องทางการหายใจ ทำให้ไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความสำคัญและอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ส่วนสาเหตุของการสำลักในวัยผู้ใหญ่นั้น มักเกิดจากเศษอาหาร การดื่มน้ำเร็วเกินไป หรือการทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง ในขณะรับประทานอาหาร เช่น พูด หัวเราะ เป็นต้น ส่วนสาเหตุในผู้สูงอายุอาจเกิดจาก บางครั้งฟันปลอมที่ยึดติดไม่แน่นพอ ทำให้เลื่อนหลุดเข้าไปในช่องคอหรือหลอดลม และกีดขวางช่องทางการหายใจ หรือทางเดินอาหารโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งนี้ การป้องกันการเกิดภาวะฉุกเฉิน ด้านทางเดินหายใจอุดกั้นในผู้สูงอายุอาจทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากอาการที่เกิดขึ้นจะสังเกตได้ยากและไม่ชัดเจน สำหรับผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพเหงือกและฟันให้ดี หลีกเลี่ยงอาหาร ที่อาจทำให้สำลักง่าย ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลืนควรปรึกษาแพทย์เพื่อฝึกการกลืน และรีบรักษาเมื่อมีปัญหาเรื่องไอหรือเสมหะ ส่วนในวัยผู้ใหญ่สามารถป้องกันตนเองจากการสำลักได้ด้วยการเคี้ยวอาหารให้ละเอียด และหลีกเลี่ยงการคุยหรือหัวเราะขณะรับประทานอาหาร นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี ให้ข้อมูลว่า สำหรับอาการของคนสำลัก ที่สังเกตเห็นได้โดยทั่วไปนั้น มักจะใช้มือจับที่คอของตนเอง แต่หากผู้ที่สำลักไม่ได้ส่งสัญญาณดังกล่าว ให้สังเกตอาการดังต่อไปนี้ เช่น หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการหายใจแรงและเสียงดังผิดปกติ, ไม่สามารถกลืนได้หรือใช้เวลานานกว่าปกติ, พูดคุยตอบสนองไม่ได้, ไอแรง ๆ ไม่ได้, ผิวหนัง ริมฝีปาก และเล็บเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เนื่องจากขาดออกซิเจน รวมถึงการขาดสติ หรือไม่รู้สึกตัว โดยผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการสำลัก ได้แก่ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีประวัติผ่าตัดบริเวณคอหอย เช่น ผ่าตัดโคนลิ้น ผ่าตัดมะเร็งคอหอย ผ่าตัดมะเร็งกล่องเสียง รวมถึงผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น ภาวะกลืนลำบาก, ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดบริเวณใบหน้าและลำคอ ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสง ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ, ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรคอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน บาดเจ็บไขสันหลัง และผู้ป่วยที่ได้รับยาระงับความรู้สึก เป็นต้น สำหรับวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ หากสังเกตเห็นคนที่มีอาการสำลัก ให้พยายามกระตุ้น ให้ผู้สำลักไอ เพื่อให้สิ่งที่เข้าไปอุดตันทางเดินหายใจหลุดออกมาด้วยตัวเอง หากผู้สำลักไม่สามารถพูดคุย ร้อง หรือไอด้วยตัวเองได้ สามารถให้ความช่วยเหลือด้วยวิธีการดังนี้ 1. แจ้งให้ผู้สำลักทราบว่าจะทำการช่วยเหลือ 2. ยืนซ้อนด้านหลังผู้สำลัก ประคองโน้มตัวไปด้านหน้า แล้วกดกระแทกที่ท้อง 5 ครั้ง โดยใช้แขนทั้ง 2 ข้าง โอบแนบ กับผู้ที่สำลักเหนือสะดือ แต่ให้ต่ำกว่าระดับหน้าอก แล้วกำมือเป็นกำปั้น จากนั้นให้ดึงกระแทกกำปั้นเข้าหาตัวและขึ้นทางด้านบน อย่างเร็วและแรง 3. หากยังมีอาการสำลักอยู่ ให้รีบโทรเรียกรถพยาบาล ระหว่างที่รอรถพยาบาลให้กระแทกที่ท้องซ้ำ จนกว่าสิ่งที่แปลกปลอม ที่ติดอยู่จะหลุดออกมา หรือจนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง กรณีที่ผู้ที่สำลักหมดสติไป ให้ตรวจดูว่ายังหายใจอยู่หรือไม่ หากไม่หายใจ ให้ประคองผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นราบและเริ่มทำการกดหน้าอกหรือปั๊มหัวใจ ซึ่งการปั๊มหัวใจนั้นอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในคอหลุดออกมาได้เช่นกัน ทั้งนี้ การสำลักอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น กรณีที่สำลักเพียงเล็กน้อยอาจเกิดการบาดเจ็บที่คอ หรืออาการระคายเคือง แต่หากสำลักวัตถุขนาดใหญ่ และเกิดการอุดกั้นหลอดลม อาจเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจได้ครับ/ค่ะ จบบทความประจำวัน เรื่อง “วิธีรับมือการสำลักอย่างถูกต้องในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ” เรียบเรียงและนำเสนอโดย พฤทธิ์ แก้วพิบูลย์ ท่านผู้ฟังที่สนใจบทความดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย radiothailand.prd.go.th หรือติดต่อได้ที่ส่วนกระจายเสียงในประเทศ โทรศัพท์ 0 2277 3804 ในวันและเวลาราชการ ที่มา: กรมการแพทย์ และโรงพยาบาลราชวิถี