<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[นายกรัฐมนตรี ให้ความมั่นใจประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีน้ำมันเพียงพอ สั่งการผู้ประกอบการ เตรียมรถขนส่งน้ำมัน รองรับความต้องการทั่วประเทศ พร้อมขอความร่วมมือไม่กักตุน]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/491548</link>
<guid isPermaLink="false">402bda3e7d82026bc4f7aff90a110dc6</guid>
<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 15:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(3 เม.ย.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ขอให้ประชาชนมั่นใจในการบริหารจัดการของรัฐบาล โดยยืนยันว่า จะมีน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภทให้บริการอย่างเพียงพอ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนก หรือกังวลว่าน้ำมันจะขาดแคลน จนต้องสำรองหรือกักตุนเกินความจำเป็น เพราะหากมีการใช้ตามปกติ จะมีน้ำมันเพียงพอสำหรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาเช่นเดียวกับทุกปี<br />
.<br />
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ประสานงานกับผู้ประกอบการน้ำมัน ให้เตรียมความพร้อมรถขนส่งน้ำมันมากเป็นพิเศษในช่วงเทศกาล เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น<br />
.<br />
นอกจากนี้ ยังมีการยกเว้นระเบียบให้รถขนส่งน้ำมัน หากมีการร้องขอจากสถานีบริการต่างๆ เพื่อให้บริการได้อย่างทันท่วงที ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และสามารถใช้เวลาในช่วงเทศกาลกับครอบครัวได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง<br />
.<br />
ข่าว : พนิตนาฏ ขวัญแสนสุข สวท.</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่จังหวัดยะลา ดัน บ้านจำปูน ต.ท่าธง อ.รามัน สู่ต้นแบบพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพิ่มผลผลิตข้าวเท่าตัว ปลูกพืชเศรษฐกิจ ควบคู่แก้ปัญหาน้ำ ]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/491537</link>
<guid isPermaLink="false">ad79dc8fd2d9881a3a33aa094b4e5e86</guid>
<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 15:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านจำปูน ตำบลท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เพื่อติดตามผลการดำเนินโครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เนื่องในวาระเทิดพระเกียรติ 100 ปีชาตกาล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปี 2570 โดยมีนายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายโอฬาร บิลสัน ปลัดจังหวัดยะลา นายกิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตร ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น</p>

<p>นายกฤษฎา บุญราช เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผล รับฟังปัญหาและอุปสรรค พร้อมให้ข้อเสนอแนะแก่ประชาชนในโครงการ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ การสร้างอาชีพ และการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมตรวจเยี่ยมกิจกรรมสำคัญ 6 ฐาน ประกอบด้วย 1. ฐานศูนย์รวมใจตาดีกาบ้านจำปูน &nbsp;2. ฐานโครงการ &ldquo;น้ำคือชีวิต&rdquo; 3. ฐานแปลงข้าวพันธุ์พื้นเมือง &nbsp;4. ฐานเกษตรผสมผสาน &nbsp;5. ฐานการปลูกพืชเหมาะสมตามสภาพพื้นที่ &nbsp;6. ฐานกิจกรรมเด็กเลี้ยงวัว</p>

<p>สำหรับบ้านจำปูน เดิมประสบปัญหาผลผลิตข้าวต่ำและขาดแคลนน้ำ โดยตั้งแต่ปี 2560 สถาบันปิดทองหลังพระได้เข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้ ทั้งการพาเกษตรกรไปศึกษาดูงานด้านการจัดการน้ำ การสร้างฝาย การขุดสระ และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดตั้งกลไกชุมชน เช่น คณะกรรมการบริหารน้ำ และการเก็บค่าน้ำเพื่อดูแลระบบอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต จากเดิมที่พึ่งพาพืชหลักเพียงข้าวและยางพารา ให้เพิ่มความหลากหลายของพืช เช่น ผักและพืชเศรษฐกิจอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านรายได้</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ในด้านการทำนา ได้มีการแนะนำให้เกษตรกรแยกปลูกข้าวตามสายพันธุ์อย่างเป็นระบบ พร้อมนำพันธุ์ข้าวใหม่เข้ามาทดลองปลูก ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากเดิมเฉลี่ยประมาณ 200 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มเป็นประมาณ 400 กิโลกรัมต่อไร่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ปัญหาสังคม โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ โดยนายกฤษฎาได้เน้นย้ำให้ผู้นำชุมชนและหน่วยงานภาครัฐร่วมกันสร้างกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เพื่อดึงเยาวชนให้ห่างไกลจากยาเสพติด เช่น การมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านการเกษตรและการจัดการทรัพยากรในชุมชน</p>

<p><br />
ด้านนางธีระ เตมะยะ อายุ 48 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 6 บ้านจำปูน ตำบลท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า หลังเข้าร่วมโครงการ ทำให้ได้รับความรู้ในการปลูกข้าวอย่างถูกวิธี ทั้งการเตรียมดิน การใส่ปุ๋ย และการจัดการน้ำ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมพันธุ์ข้าวใหม่ เช่น พันธุ์เล็บนก พันธุ์พม่า รวมถึงพันธุ์พื้นเมืองเดิม อาทิ ซาโฮะ เวาะห์ปูเตะ กูนิง ราโยะบาโรห์ และจันเตะจากเดิมที่ได้ผลผลิตเพียงประมาณ 200 กิโลกรัมต่อไร่ ปัจจุบันสามารถเพิ่มเป็นกว่า 300 กิโลกรัมต่อไร่ในบางสายพันธุ์ สร้างรายได้และความมั่นคงให้กับครัวเรือนมากยิ่งขึ้น โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งต้นแบบความสำเร็จของการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ที่มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เกษตรกรนครสวรรค์ กังวลปุ๋ยขาดตลาด]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/491538</link>
<guid isPermaLink="false">7b041ae49a15299ebd7477ffa50e2ab7</guid>
<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 15:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เกษตรกรนครสวรรค์ กังวลปุ๋ยขาดตลาด</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายประสาท แม้นพยัคฆ์ ชาวนาตำบลหนองกรด อำเภอเมืองนครสวรรค์ซื้อปุ๋ยยูเรียมาเก็บไว้เพื่อเตรียมหว่านในนาข้าว แต่ปัจจุบันปุ๋ยหาซื้อได้ยากและมีราคาแพง ทำให้สามารถหาซื้อได้เพียง 20 กระสอบเท่านั้น แม้จะพยายามติดต่อหาซื้อจากหลายแหล่งก็ตาม</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายประสาท ระบุว่า ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ราคาปรับขึ้นถึง 300 บาทต่อกระสอบ ส่งผลให้ต้นทุนการทำนาเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสร้างภาระให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ยังมีความกังวลว่าปุ๋ยอาจขาดตลาด หรือมีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้นอีกในระยะต่อไป ซึ่งทำให้ต้องเร่งหาซื้อเก็บไว้ล่วงหน้าเท่าที่จะสามารถหาได้ เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานในฤดูเพาะปลูก</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทั้งนี้ ปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในขณะนี้อาจไม่เพียงพอต่อพื้นที่นาข้าวที่ปลูกไว้กว่า 100 ไร่ และอาจส่งผลกระทบต่อข้าวที่ปลูกไว้ หากไม่สามารถจัดหาปุ๋ยมาเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จากการให้ข้อมูลของนายมนัส เนกขำ เจ้าของร้านปุ๋ยในพื้นที่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ปุ๋ยในขณะนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เนื่องจากราคาปุ๋ยทุกสูตรเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแม่ปุ๋ยอย่างปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ที่มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างชัดเจน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายมนัส ยังหล่าวอีกว่า นอกจากราคาที่แพงขึ้นแล้ว การสั่งปุ๋ยเข้ามาจำหน่ายก็ทำได้ยากขึ้นเช่นกัน ทำให้ปริมาณปุ๋ยในตลาดมีแนวโน้มลดลง และไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทั้งนี้ เดือนเมษายนถือเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลทำนาในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครสวรรค์ และหลังจากนั้นประมาณ 20 วันถึง 1 เดือน เกษตรกรจะเริ่มใช้ปุ๋ยหว่านในนาข้าว แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ปุ๋ยเริ่มขาดตลาด อาจส่งผลให้ในช่วงเดือนเมษายนการหาซื้อปุ๋ยทำได้ยากขึ้น และราคาปุ๋ยก็อาจปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในภาพรวมสถานการณ์ปุ๋ยเคมีในประเทศไทยช่วงต้นปี 2569 อยู่ในภาวะตึงตัว โดยไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าแม่ปุ๋ยในสัดส่วนสูง ส่งผลให้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อการขนส่งและต้นทุนนำเข้า ทำให้ราคาปุ๋ยในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แม้หน่วยงานภาครัฐจะยืนยันว่าปริมาณสต็อกปุ๋ยยังเพียงพอต่อความต้องการใช้งานในประเทศ แต่ยังคงมีความกังวลในเรื่องของการกระจายสินค้าและราคาที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น</p>

<p>..............................................................................................</p>

<p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา  จัดโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ ป่าไม้ป่าสงวนแห่งชาติ  ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/491535</link>
<guid isPermaLink="false">ad14b2c11c7b1d46bf15bfd5ac7b0730</guid>
<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 15:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา &nbsp;จัดโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ ป่าไม้ป่าสงวนแห่งชาติ &nbsp;ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วันที่ ๓o มีนาคม พ.ศ ๒๕๖๙ &nbsp;ณ อาคารอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา นายอาทิตย์ &nbsp;ชานุวัตร &nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา &nbsp; พร้อมผู้บริหาร ปลัด หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน และผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ทั้ง ๘ หมู่บ้านในเขตตำบลนามาลา รวมกว่า ๑oo คน ได้เข้าร่วม โครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ ป่าไม้ป่าสงวนแห่งชาติ &nbsp;ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ &nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่วิทยากร จากหน่วยงานฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ ป่าไม้ป่าสงวนแห่งชาติ จังหวัดอุดรธานี</p>

<p><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ ในจังหวัดเลยและเพชรบูรณ์ มุ่งเน้นการทวงคืนผืนป่าจากนายทุน การปลูกป่าทดแทนโดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน และการทำแนวป้องกันไฟป่า มีหน่วยงานเฉพาะกิจ เช่น หน่วยฟื้นฟูสภาพป่าฯ ที่ 5, 6, 9, 10 และ 12 ดำเนินการปลูกป่าและพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางพระราชดำริเพื่อให้ราษฎรอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ ประสานความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านใช้กลไกอาเซียนควบคุมการเกิดจุดความร้อนและการเผา แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และหมอกควันข้ามแดน]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/491536</link>
<guid isPermaLink="false">08690c001b7f6c1ed0b3d384185732b6</guid>
<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 15:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประสานความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านใช้กลไกอาเซียนควบคุมการเกิดจุดความร้อนและการเผา แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และหมอกควันข้ามแดน</p>

<p>นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้เร่งประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อควบคุมจุดความร้อน ลดปัญหาหมอกควันข้ามแดน และปกป้องสุขภาพของประชาชนโดยเร็วที่สุด ตามข้อสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย การใช้กลไกอาเซียน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีหนังสือถึงเลขาธิการอาเซียนแล้ว 3 ครั้ง ขอความร่วมมือลดจุดความร้อนภาพรวมของภูมิภาค // ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด ผ่านช่องทาง WhatsApp Hotline ไปยังอธิบดีของเมียนมา และ สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการประสานกรมเอเชียตะวันออก เพื่อใช้กลไกทางการทูตขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเพื่อนบ้านให้เร่งลดจุดความร้อนโดยด่วน ทั้งนี้ &nbsp;ประเทศเพื่อนบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเมียนมารายงานว่า อธิบดีกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่กำกับการดับไฟ พร้อมประชุมหน่วยงานในรัฐฉานและหงสาวดีติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงสร้างความตระหนักให้กับประชาชนงดการเผา ขณะที่ สปป.ลาว ดำเนินมาตรการเร่งด่วนบูรณาการทุกภาคส่วนแก้ปัญหาที่แหล่งกำเนิด ทั้งการเสริมศักยภาพการดับไฟป่าและไฟในพื้นที่เกษตร รวมถึง การสื่อสารสร้างความเข้าใจกับชุมชนให้งดเผาและร่วมกันควบคุมสถานการณ์อย่างเข้มข้น สำหรับการประสานงานดังกล่าวส่งผลให้สถานการณ์จุดความร้อนมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ (30 มี.ค.69) พบในเมียนมาจาก 10,834 จุด ลดลงเหลือ 5,505 จุด และ สปป.ลาว จาก 4,157 จุด ลดลงเหลือ 2,704 จุด</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยสูงสุดในปีนี้เกือบ 5,000 จุด ส่วนประเทศเพื่อนบ้านสูงสุดที่เมียนมาเกือบ 6,000 จุด   ]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/491532</link>
<guid isPermaLink="false">4b421783fbefab2a406a6537aea57e85</guid>
<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 15:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA (จิสด้า) ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยสูงสุดในปีนี้เกือบ 5,000 จุด ส่วนประเทศเพื่อนบ้านสูงสุดที่เมียนมาเกือบ 6,000 จุด &nbsp;&nbsp;</p>

<p><br />
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA (จิสด้า) ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) เมื่อวานนี้ (30 มี.ค.69) พบจุดความร้อน (Hotspot) ทั้งประเทศสูงสุดในปีนี้ถึง 4,750 จุด พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2,553 จุด // พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,717 จุด // พื้นที่เกษตร 187 จุด // พื้นที่ สปก. 161 จุด &nbsp;// พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 125 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 7 จุด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบค่าฝุ่น PM 2.5 ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;เช็คฝุ่น&rdquo; พบบางพื้นที่ของประเทศอยู่ในระดับเกินมาตรฐาน จึงควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจที่อาจจะตามมา สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านสูงสุดในเมียนมา 5,505 จุด // สปป.ลาว 2,704 จุด // &nbsp;กัมพูชา 593 จุด // เวียดนาม 489 จุด และมาเลเซีย 51 จุด</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA["สุชาติ" คุมเข้มการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/491534</link>
<guid isPermaLink="false">846d11b5e78ddbe94ed7c872ea0e12cf</guid>
<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 15:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุมเข้มการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</b><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่<wbr />าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ<wbr />และสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศู<wbr />นย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่<wbr />&nbsp;14 กลุ่มป่า ณ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะติดตามสถานการณ์ฝุ่<wbr />นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และประเมินแนวโน้มจากนี้ ภาพรวมจุดความร้อนสะสมตั้งแต่ต้<wbr />นปีอยู่ที่ 63,803 จุด แม้สถานการณ์ภาพรวมมีแนวโน้มดี<wbr />ขึ้นโดยจุดความร้อนในพื้นที่ป่<wbr />าอนุรักษ์ลดลงร้อยละ 30.86 และป่าสงวนแห่งชาติลดลงร้อยละ 28.11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี<wbr />ที่ผ่านมา แต่ยังคงมีพื้นที่เสี่ยงสูงที่<wbr />ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายยกระดับการแก้ปั<wbr />ญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า เน้นการดำเนินงานเชิงรุกอย่<wbr />างเข้มข้นครอบคลุมทุกมิติ ภายใต้หลัก &ldquo;รวดเร็ว ตรงเป้า มีประสิทธิภาพ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง&rdquo; คือ บริหารจัดการไฟป่าแบบบูรณาการ 14 กลุ่มป่าแปลงใหญ่ ทำงานไร้รอยต่อ ใช้ระบบ Single Command และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็<wbr />นศูนย์กลาง // ผนึกกำลังชุมชน ตั้งจุดเฝ้าระวัง 3,895 จุดทั่วประเทศ พร้อมปฏิบัติการเชิงรุกเข้าถึ<wbr />งกลุ่มเสี่ยง // เสริมปฏิบัติการทางอากาศ ใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนเข้<wbr />าควบคุมไฟในพื้นที่วิกฤต // ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงศูนย์สั่งการทุกระดั<wbr />บแบบเรียลไทม์ // ปิดพื้นที่ป่าเสี่ยง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็<wbr />ดขาดกับผู้ลักลอบเผาป่า และสุดท้าย สื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้<wbr />องและลดผลกระทบต่อประชาชน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่<wbr />าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ<wbr />และสิ่งแวดล้อม ย้ำว่า การแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่<wbr />างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาคการท่องเที่ยว และภาคการเกษตร ให้สามารถเดินหน้าไปพร้อมกันอย่<wbr />างยั่งยืน โดยเน้นการสื่อสารสร้างความเข้<wbr />าใจกับประชาชนเกี่ยวกั<wbr />บผลกระทบจากการเผา และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริ<wbr />งจัง ขณะเดียวกันได้กำชับให้ดู<wbr />แลความปลอดภัยและสวัสดิ<wbr />ภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ<wbr />งานเป็นสำคัญ</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังวิกฤตในหลายพื้นที่ หลังมีแนวโน้มค่าฝุ่นสูงในระดับสีแดงติดต่อกันหลายวัน พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนเร่งหาจุดความร้อนเพื่อดับไฟป่า]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/491531</link>
<guid isPermaLink="false">c90ef87668b22630f35b6f7fdd88f687</guid>
<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 15:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังวิกฤตในหลายพื้นที่ หลังมีแนวโน้มค่าฝุ่นสูงในระดับสีแดงติดต่อกันหลายวัน พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนเร่งหาจุดความร้อนเพื่อดับไฟป่า</p>

<p>นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า สถานการณ์คุณภาพอากาศและค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ของประเทศวันนี้ (31 มี.ค.69) ภาคเหนือตอนบน ค่าฝุ่นยังคงวิกฤตต่อเนื่องสูงในระดับสีแดงมีผลกระทบต่อสุขภาพบริเวณจังหวัดน่าน ลำปาง พะเยา ลำพูน เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ และแม่ฮ่องสอน เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่าฝุ่นยังสูงในระดับสีส้มเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพบริเวณจังหวัด ขอนแก่น นครพนม หนองคาย อุบลราชธานี และเลย ยกเว้นบึงกาฬสูงในระดับสีแดง โดยมีแนวโน้มค่าฝุ่นจะสูงขึ้นจนถึงวันที่ 7 เมษายน เนื่องจากในประเทศยังมีการเผาในพื้นที่ป่าจำนวนมาก ประกอบกับ ทิศทางลมยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พัดพาหมอกควันจากไฟป่าในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย ส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันมีความรุนแรง หากไม่สามารถควบคุมไฟได้มีโอกาสเกิดการลุกลามได้ง่าย ทั้งนี้ ภาครัฐ ได้สนธิกำลังเร่งหาจุดความจุดเพื่อดับไฟ พร้อมใช้อากาศยานและเทคโนโลยีไร้คนขับ (โดรน) ขึ้นบินดับไฟบริเวณลาดชันที่เข้าถึงยาก ควบคู่กับสื่อสารประชาสัมพันธ์ประชาชนในพื้นที่แบบเชิงรุกเน้นรูปแบบเคาะประตูบ้าน เพื่อทำความเข้าใจและลดพฤติกรรมเสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast</p>

<p><br />
ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเดินหน้ามาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้นในทุกมิติ ทั้งการลาดตระเวน การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมติดตามจุดความร้อนแบบเรียลไทม์ การสนับสนุนอากาศยานดับไฟ การควบคุมพื้นที่เสี่ยง และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ภูเก็ตเดินหน้ายกระดับเทศกาลโลก! เตรียมจัด Phuket Peranakan Festival 2026 ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “BLOOM” ผลิบานศิลป์เพอรานากันสู่เวทีนานาชาติ]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/491525</link>
<guid isPermaLink="false">ec8c44211b014e7807bb7763be0ccf53</guid>
<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 14:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; วันนี้ (31 มีนาคม 2569) บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง PKCD จํากัด นายบุญเพิ่ม อินทนปสาธน์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมการจัดงานมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย (TIEFA) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายชลำ อรรถธรรม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต &nbsp;นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ประธานที่ปรึกษาสมาคมเพอรานากันประเทศไทย นายพิบูลศักดิ์ กิตติธรกุล รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน Phuket Peranakan Festival 2026 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิดหลัก &ldquo;BLOOM &ndash; ดอกเหมยแห่งศิลป์เพอรานากัน ผลิบานตระการตา&rdquo; สะท้อนถึงการเติบโตและความงดงามของอัตลักษณ์ &ldquo;บาบ๋า-ย่าหยา&rdquo; ที่ได้รับการต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับการจัดงานในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3&ndash;5 เมษายน 2569 ภายใต้แนวคิด &ldquo;BLOOM &ndash; ดอกเหมยแห่งศิลป์เพอรานากัน ผลิบานตระการตา&rdquo; โดยมุ่งยกระดับจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็น &ldquo;Festival Destination&rdquo; พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างประสบการณ์เทศกาล (Festival Experience) ที่ผสมผสานศิลปวัฒนธรรมเพอรานากันเข้ากับความร่วมสมัยอย่างลงตัว</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ ในวันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ณ ลานมังกร&ndash;แยกชาร์เตอร์ จะมีกิจกรรมการแสดงบนเวทีหลัก พร้อมไฮไลต์พิเศษจากศิลปินชื่อดัง &ldquo;กระแต KT-KRATAE&rdquo; ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและความคึกคักให้กับงาน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ไฮไลต์สำคัญของเทศกาล ประกอบด้วย ขบวน Grand Parade นานาชาติ ภายใต้ธีม &ldquo;BLOOM&rdquo; จากกว่า 8 ประเทศ การแสดงศิลปวัฒนธรรมเพอรานากันร่วมสมัย เวทีกลางเมือง (Center Stage) ณ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต และกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลายตลอดการจัดงาน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยวันที่ 3 เมษายน 2569 จะมีกิจกรรมการประชุมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ และงานต้อนรับคณะการแสดงจากนานาชาติ วันที่ 4 เมษายน 2569 จัดขบวนพาเหรดนานาชาติในย่านเมืองเก่าภูเก็ต พร้อมการแสดง Theme &ldquo;BLOOM Phuket&rdquo; ณ เวทีหลักสี่แยกธนาคารชาร์เตอร์ และวันที่ 5 เมษายน 2569 จัดการแสดง International Performance Cultural Dances ณ สะพานหินและตลาดใหญ่</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การจัดงาน Phuket Peranakan Festival ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่สะท้อนพลัง Soft Power ของประเทศไทย ผ่านการนำเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่เวทีนานาชาติอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) โดยแนวคิด &ldquo;BLOOM&rdquo; ในปีนี้ เปรียบเสมือนการผลิบานของศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงาม เติบโตอย่างยั่งยืน และก้าวสู่การเป็นเทศกาลระดับโลกอย่างแท้จริง</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดอุทัยธานี จัดพิธีบวงสรวงสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้การจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก จังหวัดอุทัยธานี ประจำปี 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/491523</link>
<guid isPermaLink="false">5083bb7760e39caeb781dd196e514ca5</guid>
<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 14:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>จังหวัดอุทัยธานี จัดพิธีบวงสรวงสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้การจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก จังหวัดอุทัยธานี ประจำปี 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.19 น. ที่บริเวณพลับพลาจัตุรมุข พระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก บนยอดเขาสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้การจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก จังหวัดอุทัยธานี ประจำปี 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีนายอิทธิพงศ์ ตันมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นางพุฒสดี ไตรศักดิ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับการจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก จังหวัดอุทัยธานี ประจำปี 2569 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 &ndash; 9 เมษายน 2569 รวม 9 วัน 9 คืน ณ สวนน้ำเฉลิมพระเกียรติ (บึงพระชนกฯ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอุทัยธานี</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><br />
ภาพ/ข่าว ส.ปชส.อุทัยธานี</p>
]]></description>
</item>
</channel>
</rss>
