<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[เครือข่ายปกป้องน้ำกก จัดกิจกรรมเดินธรรมยาตรา 5 คืน 6 วัน มุ่งสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์และปกป้อง 5 สายน้ำหลัก]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510048</link>
<guid isPermaLink="false">cb630f8b065a3d4c67492c1eac044f59</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายนิติฬ์ปกรน์ แสงษุวรรน์ นายอำเภอแม่อาย เป็นประธานเปิดงานกิจกรรม &ldquo;เดินธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำกก, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก, แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน&rdquo; ณ บริเวณสะพานท่าตอน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นางสาวแสงระวี สุวีรการย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ (มรพ) ในฐานะตัวแทนคณะผู้จัดงาน พร้อมด้วย พระมหานิคม มหาภินิกขมโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดท่าตอน เครือข่ายภาคีปกป้องแม่น้ำกก คณะสงฆ์ พระภิกษุสามเณร ตลอดจนประชาชนในพื้นที่และกลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนเพียงหลวง ๑ (บ้านท่าตอน) เข้าร่วมในพิธีเปิดและร่วมขบวนเดินธรรมยาตราในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียง กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของสาธารณชน ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ รวมถึงสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยเฉพาะการมุ่งเน้นแก้ไขและเฝ้าระวังปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกก ซึ่งเป็นสายน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงชุมชนและระบบนิเวศในหลายพื้นที่ภาคเหนือ สำหรับการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ คณะผู้ร่วมเดินธรรมยาตราจะเคลื่อนขบวนออกจากจุดเริ่มต้นบริเวณสะพานท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเท้าผ่านเส้นทางต่างๆ ไปยังจุดหมายปลายทาง ณ สะพานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเข้าร่วมงานรณรงค์เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยกำหนดระยะเวลาการเดินทางรวมทั้งสิ้น 5 คืน 6 วัน คิดเป็นระยะทางรวม 68.91 กิโลเมตร ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางการเดินธรรมยาตราจะมีการมุ่งเน้นสื่อสารสร้างความเข้าใจกับชุมชนริมสองฝั่งน้ำในเรื่องการรักษาความสะอาดและปกป้องแม่น้ำสายหลักอย่างยั่งยืนต่อไป</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมช เกษตรฯ ลงพื้นที่พิษณุโลก เน้นย้ำการพัฒนาคุณภาพข้าว แข่งขันในตลาดโลก]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510049</link>
<guid isPermaLink="false">5e79d1a367b80d5c569f33c3151a0a60</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(31 พ.ค. 69) เวลา 11.15 น. ที่ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาตรวจราชการติดตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้การดำเนินงานตาม บทบาทหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะเรื่องของข้าว ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ติดตามชมบูธนิทรรศการเกี่ยวกับข้าว ทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ การทำนาลดโลกร้อน การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าว ในรูปแบบต่างๆ อาทิ ไวน์ และแป้งข้าวหมาก เป็นต้น</p>

<p>ทั้งนี้ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อพี่น้องเกษตรกรจะได้มีเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกที่ดี เมื่อนำไปปลูกแล้วได้น้ำหนักดี ราคาสูง นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำมาตรการลดการเผาในพื้นที่เกษตร เพื่อแก้ปัญหาไขฝุ่น PM 2.5 โดยกรมวิชาการเกษตร ได้นำเสนอนวัตกรรมหัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลาย วัสดุอินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายตอซังและฟางข้าวได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 7-10 วัน ทำให้เกษตรกรเตรียมแปลงปลูกได้เร็วขึ้นโดยข้าวไม่เกิดอาการเมาตอซัง ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตไปได้ถึง 30 -50% จากการลดค่าไถกลบ สารเคมี ค่าแรง รวมถึงลดปัญหา ข้าวดีดหรือข้าววัชพืชได้อีก 50% และเพิ่มผลผลิตข้าวได้ถึง 20 - 30% อีกด้วย จากนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินทางไปเปิดป้าย&quot;โรงงานต้นแบบการผลิตจุลินทรีย์ย่อยสลาย กรมวิชาการเกษตร&quot; ณ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างอบอุ่น</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สทนช. เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิดฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องเกิน 100 มิลลิเมตร ในช่วง 12 ชั่วโมง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510050</link>
<guid isPermaLink="false">f20f5c10c7c176498851cc3797ee713e</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิ<wbr />ดฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องเกิน 100 มิลลิเมตร ในช่วง 12 ชั่วโมง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน</b><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำ<wbr />แห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า จากการวิเคราะห์และประเมิ<wbr />นสถานการณ์น้ำและฝนพบมีพื้นที่<wbr />ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีปริมาณฝนตกหนั<wbr />กสะสมต่อเนื่องเกิน 100 มิลลิเมตร ภายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง โดยครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และตาก // ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด // ภาคตะวันตก บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ // ภาคใต้ บริเวณจังหวัดชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ทำให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้แจ้งเตือนและเน้นย้ำให้<wbr />ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเพิ่<wbr />มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตชุ<wbr />มชนเมืองที่มักเกิดน้ำท่วมขั<wbr />งอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน รวมถึง พื้นที่ที่มีความเสี่ยงเกิดน้ำ<wbr />ท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากศักยภาพของพื้นที่ไม่<wbr />สามารถรองรับปริมาณฝนตกหนั<wbr />กสะสมได้มากนัก อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขั<wbr />งรอการระบายและส่งผลกระทบต่<wbr />อการสัญจรของประชาชนในพื้นที่<wbr />ได้</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ปิยะรัฐชย์” รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่พิษณุโลก พบปะเกษตรกร มอบนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน” พร้อมส่งมอบปัจจัยการผลิตหนุนภาคเกษตร]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510046</link>
<guid isPermaLink="false">c4b3cf4f6e9b0e13cc648c952daa1870</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมนครสรลวงสองแคว อาคารบึงราชนก อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามผลการดำเนินงานด้านการเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>โอกาสนี้ นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก ได้กล่าวรายงานผลการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาบึงราชนก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดพิษณุโลก รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับภาคการเกษตรและสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พบปะเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อน &ldquo;เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน&rdquo; โดยเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางอาชีพอย่างยั่งยืน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นอกจากนี้ ยังได้มอบปัจจัยการผลิตและเอกสารสิทธิทางการเกษตรแก่เกษตรกรและเครือข่ายภาคการเกษตร ประกอบด้วย โฉนดเพื่อการเกษตร จำนวน 100 ฉบับ การสนับสนุนแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน จำนวน 10 ราย ปัจจัยการผลิตสำหรับหมอดินอาสา จำนวน 10 ราย ใบรับรองมาตรฐาน GAP PM2.5 Free Plus จำนวน 10 ราย และปัจจัยการผลิตภายใต้โครงการ Agri-Map จำนวน 1 กลุ่ม เพื่อส่งเสริมศักยภาพการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตรในพื้นที่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>โอกาสเดียวกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเครือข่าย Young Smart Farmer จังหวัดพิษณุโลก รับฟังข้อเสนอแนะจากเกษตรกรรุ่นใหม่ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานและนวัตกรรมด้านการเกษตรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าของภาคการเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัดพิษณุโลก</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมผลักดันการพัฒนาภาคการเกษตรควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ปิยะรัฐชย์” รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามโครงการฟื้นฟูบึงราชนก พร้อมปล่อยพันธุ์ปลา เพิ่มความอุดมสมบูรณ์แหล่งน้ำธรรมชาติ]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510047</link>
<guid isPermaLink="false">a4ee5b1ac8f1c25d3ffddc4cf0ed0667</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.20 น. ณ บริเวณโครงการฟื้นฟูบึงราชนก ตำบลวังพิกุล และตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฟื้นฟูบึงราชนก แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญของจังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ร่วมลงพื้นที่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในการนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฟื้นฟูบึงราชนก ซึ่งเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ มีพื้นที่รวม 4,865 ไร่ 2 งาน 85 ตารางวา โดยมีการดำเนินการขุดลอกพื้นที่บึงจำนวน 3,681 ไร่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำและการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน บรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง รวมทั้งสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ภาคการเกษตรและประชาชนในพื้นที่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่บึงราชนก เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ อันเป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างแหล่งอาหารและรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชนโดยรอบ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเกษตรกรอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการบริหารจัดการน้ำ การประกอบอาชีพ และการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำและความยั่งยืนของภาคการเกษตรในระยะยาว</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[“รมช.เกษตรฯ ลุยอุตรดิตถ์ ยกระดับสหกรณ์สู่ผู้ให้บริการเกษตรครบวงจร รับฟังปัญหาถึงพื้นที่ มุ่งเพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน”]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510044</link>
<guid isPermaLink="false">e6c8604a0503a8e49e010ef72ae727fe</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>( 30 พ.ค.69) เวลา 15.00 น. ที่สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านท้ายวัดพญาปันแดน จำกัด อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามดำเนิน &ldquo;การยกระดับศักยภาพสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร&rdquo;(Agricultural Service Providers)</p>

<p>โดย นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ รายงานว่า ปัจจุบัน จังหวัดอุตรดิตถ์มีสหกรณ์ 86 แห่ง กลุ่มเกษตรกร 55 แห่ง รวม 141 แห่ง ปริมาณธุรกิจรวม 23,001 ล้านบาท ธุรกิจที่มีมูลค่าสูงสุดคือ เงินให้กู้ 10,354 ล้านบาท รองลงมาคือ เงินรับฝาก 7,933 ล้านบาท และรวบรวมผลผลิต 2,986 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย การแปรรูป และการให้บริการอื่น ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบสหกรณ์มีบทบาททั้งในด้านการเป็นแหล่งทุน และการเป็นกลไกขับเคลื่อนสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร มีศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือ CDC 2 แห่ง ที่สหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด และชุมนุมสหกรณ์การเกษตรอุตรดิตถ์ จำกัด ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญในการกระจายผลผลิต ด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็ง มีสหกรณ์ที่อยู่ในชั้น 1 ซึ่งมีความเข้มแข็งดีเลิศ 16 แห่ง อยู่ในชั้น 2 จำนวน 22 แห่ง และชั้น 3 ซึ่งต้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด 46 แห่ง ส่วนกลุ่มเกษตรกร 55 แห่ง อยู่ในชั้น 1 และ 2 อย่างละ 1 แห่ง และอยู่ในชั้น 3 จำนวน 53 แห่ง</p>

<p>ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้ดำเนินแผนงานและโครงการสำคัญ ทั้งการสนับสนุนงบประมาณ เงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาด รวมถึงเงินกู้ยืมจากเงินกองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุนพัฒนาสหกรณ์ และกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนนโยบายลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และขยายโอกาสให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม โดยอนุมัติแล้วทั้งสิ้น 24 สัญญา วงเงินรวม 55.8 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา โครงการฟื้นฟูกิจการสหกรณ์สู่ความเข้มแข็ง โครงการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งโครงการสนับสนุนเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นโครงการหัวใจสำคัญของพื้นที่การเกษตร</p>

<p>นางสาวปิยะรัฐย์ ดิยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่พร้อมทีมงานกระทรวงเกษตรฯ ในครั้งนี้ ไม่ได้มาเพียงเพื่อตรวจราชการตามวาระเท่านั้น แต่ตั้งใจมาเพื่อ &ldquo;รับฟัง ทำจริง และแก้ปัญหาให้ตรงจุด&rdquo; โดยเฉพาะในพื้นที่อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญ และมีกลไกที่เข้มแข็ง ตั้งใจที่จะ &ldquo;เปิดเวที รับฟังปัญหาและความเดือดร้อน&rdquo; จากพี่น้องโดยตรง ปัญหาไหนที่แก้ได้ทันทีจะสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการจัดวงจรความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด ส่วนปัญหาไหนที่เป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง ก็จะรับกลับไปประสานงานและเร่งรัดแก้ไขในระดับกระทรวง</p>

<p>นอกจากนี้ ได้มีการมอบเงินอุดหนุนเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด อุดหนุนการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนการมอบใบรับรองและโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อเป็นเครื่องมือและขวัญกำลังใจให้เกษตรกร/สมาชิกสหกรณ์ ต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ภาพ/ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทช. ตรวจพิสูจน์ซากพะยูนเกยตื้นบริเวณชายหาดบางสัก จ.พังงา คาดตายเฉียบพลันและเก็บตัวอย่างส่งตรวจห้องปฏิบัติการ]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510045</link>
<guid isPermaLink="false">222220f0e1f0c52b6b948973a5adb83a</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ตรวจพิสูจน์ซากพะยูนเกยตื้นบริ<wbr />เวณชายหาดบางสัก จ.พังงา คาดตายเฉียบพลันและเก็บตัวอย่<wbr />างส่งตรวจห้องปฏิบัติการ</b><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรั<wbr />พยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวถึงกรณีพบซากพะยูนเกยตื้<wbr />นบริเวณชายหาดบางสัก หมู่ที่ 8 ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรั<wbr />พยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งให้กรมทรั<wbr />พยากรทางทะเลและชายฝั่งและหน่<wbr />วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาสาเหตุการตายอย่างเร่งด่<wbr />วน ผลการชันสูตรซากพะยูนจากศูนย์วิ<wbr />จัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอั<wbr />นดามันตอนบน (ศวอบ.) พบลักษณะทางกายภาพเป็นพะยู<wbr />นเพศผู้ โตเต็มวัย สภาพซากเน่ามาก ความยาววัดแนบ 264 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ระดั<wbr />บผอม ส่วนบาดแผลภายนอก พบรอยเขี้ยวจากพฤติกรรมฝู<wbr />งตามลำตัว และพบรอยรัดบริเวณโคนหางที่เกิ<wbr />ดก่อนการตาย รวมทั้ง พบรอยแผล มีลักษณะขอบคม ขอบแผลไม่พบรอยช้ำ ไม่พบการคั่งเลือดและไม่ถึงชั้<wbr />นกล้ามเนื้อ คาดว่า เกิดจากของมีคมและเกิดหลั<wbr />งการตาย โดยมีแผลความลึก 1.8 เซนติเมตร ความยาว 36 และ 6 เซนติเมตร , แผลความลึก 0.8 เซนติเมตร ความยาว 13 และ 11 เซนติเมตร และแผลความลึก 1 เซนติเมตร ความยาว 7 , 18 และ 6 เซนติเมตร</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ขณะที่อวัยวะภายใน หัวใจ ตับ ไต สมอง ร่วมถึง ระบบทางเดินหายใจมีสภาพเน่<wbr />าสลายจนไม่สามารถระบุรอยโรคได้ ด้าน ระบบทางเดินอาหาร ในกระเพาะอาหารพบหญ้าทะเลอัดแน่<wbr />น มีน้ำหนักอาหารปริมาณ 2.2 กิโลกรัม ปนกับพยาธิจำนวนประมาณ 154 ตัว ลำไส้พบอาหารธรรมชาติอัดแน่น และพบเอ็นจำนวน 1 ชิ้น และเชือก 1 ชิ้น แล้วพบพยาธิตัวแบน 5 ตัวภายในกระพุ้งลำไส่ใหญ่ ม้ามมีสีสม่ำเสมอ เนื่องจากสภาพซากเน่ามากจึงสั<wbr />นนิษฐานสาเหตุของการตาย คาดตายอย่างเฉียบพลัน เพราะพบอาหารทั้<wbr />งในกระเพาะและลำไส้จำนวนมาก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ศวอบ. ได้ทำการเก็บตัวอย่างเพื่อส่<wbr />งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพิ่<wbr />มเติมและทำการศึกษาด้านพันธุ<wbr />กรรมต่อไป</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ก.ทรัพย์ฯ ขับเคลื่อนแก้ปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการอนุรักษ์]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510042</link>
<guid isPermaLink="false">f5854308b8986ed91280a84d2b5f9d1c</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนแก้ปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการอนุรักษ์</b></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรั<wbr />พยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รั<wbr />บการแก้ปัญหาการอยู่อาศั<wbr />ยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่<wbr />งชาติ (ตามมติ ครม.วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561) โดย กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่<wbr />งแวดล้อม เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาพรวมมีประชาชนในจังหวัดอุตรดิ<wbr />ตถ์ 8 อำเภอได้รับสมุดประจำตัว คทช. กว่า 1,800 ราย ทั้งนี้ กระทรวงทรัพย์ฯ เร่งขับเคลื่อนนโยบายสำคัญดั<wbr />งกล่าว ตามข้อสั่งการของ นายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหาที่ทำกินให้กั<wbr />บประชาชน ภายใต้มาตรการเร่งด่วน หรือ &quot;Quick Win&quot; ของกระทรวงฯ ในการเร่งรัดดำเนินการอนุมัติสิ<wbr />ทธิและมอบสมุดประจำตัว คทช. ให้ประชาชนอย่างรวดเร็วและเป็<wbr />นรูปธรรม โดยต้องไม่ปล่อยให้<wbr />ประชาชนรอคอยอย่างไร้จุดหมาย เพราะการรับรองสิทธิ คทช. เป็นการทำให้ประชาชนมีความมั่<wbr />นใจที่จะพัฒนาผืนดิน เพื่อส่งต่อเป็นมรดกให้กับลู<wbr />กหลานต่อไป<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ถือเป็นโมเดลความสำเร็จที่น่าชื่<wbr />นชมที่รัฐบาลแก้ปัญหาที่ทำกิ<wbr />นให้ประชาชนผ่านนโยบายเชิงรุก โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้<wbr />องเร่งรัดแก้ปัญหาที่ดินทำกิ<wbr />นและที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน เพื่อทำลายข้อจำกัดทางกฎหมาย ปลดล็อกความกังวลใจ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้<wbr />ประชาชนสามารถทำมาหากินในเขตป่า ควบคู่กับการดูแลป่าอย่างถูกต้<wbr />องตามกฎหมาย</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[บุรีรัมย์เปิดเวทีเสวนา “เยือนถิ่นแผ่นดินปราชญ์สัญจร” อบต.โคกกลาง จับมือ สสส. ชูภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510039</link>
<guid isPermaLink="false">f9123363229a8e70f3f7f31c512500c7</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 องค์การบริหารส่วนตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานเสวนาเชิงวิชาการและวัฒนธรรม &ldquo;เยือนถิ่นแผ่นดินปราชญ์สัญจร ภูมิปัญญาท้องถิ่น จากมูลค่า สู่ มูลค่าที่ยั่งยืน&rdquo; ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกลาง โดยมี นายคำเคลื่อน พณะชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ</p>

<p>งานครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมและเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีปราชญ์ชุมชน ผู้นำท้องถิ่น เด็ก เยาวชน และประชาชนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างคึกคัก</p>

<p>นายเจริญ สุขวิบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกลาง ในฐานะศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะตำบล เปิดเผยว่า การจัดเวทีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ อนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมทั้งต่อยอดองค์ความรู้พื้นบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเน้นการสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ เพื่อให้ภูมิปัญญาไม่สูญหายไปตามกาลเวลา</p>

<p>นอกจากการเสวนา ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การจักสาน การทอผ้าไหม การทำสมุนไพรพื้นบ้าน และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสและเรียนรู้จากของจริง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงภูมิปัญญาดั้งเดิมกับการพัฒนาในยุคปัจจุบัน</p>

<p>การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ อบต.โคกกลาง และ สสส. ในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยใช้ภูมิปัญญาเป็นรากฐานในการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>

<p><br />
กุลชาติ ภาพ/ข่าว</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เซ็นทรัลโคราช เปิดอาณาจักรสัตว์ปีกแสนน่ารัก "MAGIC GARDEN BIRD"ตื่นตากับนิทรรศการนกหายากจากทั่วโลก พร้อมร่วมทำ Workshop ฟรี!มากกว่า 1,000 สิทธิ์พบกัน 1-9 มิ.ย. 69 ณ ลานจัดกิจกรรม ชั้น 1]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510040</link>
<guid isPermaLink="false">80052a3895d090b8019d6d79d89cf60a</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เซ็นทรัลโคราช เปิดอาณาจักรสัตว์ปีกแสนน่ารัก &quot;MAGIC GARDEN BIRD&quot;ตื่นตากับนิทรรศการนกหายากจากทั่วโลก พร้อมร่วมทำ Workshop ฟรี!มากกว่า 1,000 สิทธิ์พบกัน 1-9 มิ.ย. 69 ณ ลานจัดกิจกรรม&nbsp;</p>

<p>ชั้น 1</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>เซ็นทรัล โคราช ยกอาณาจักรนกสวยงาม มาให้น้องๆ ได้มาสัมผัสความน่ารักกับงานมหกรรมนกหายากระดับโลก &quot;MAGIC GARDEN BIRD&quot; ชวนทุกครอบครัวมาเปิดประสบการณ์สุดมหัศจรรย์ ใช้เวลาว่างร่วมกันในนิทรรศการให้ความรู้เจาะลึกแบบอัดแน่น พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับฝูงนกหายากจากทั่วทุกมุมโลก และกิจกรรมไฮไลท์สุดพิเศษมากมายเพียงสแกน Central X รวมกิจกรรมสุดฟิน แจกฟรีรวมกว่า 1,000 สิทธิ์ อาทิ กิจกรรม Workshop เพ้นท์แม็กเน็ต รูปนกสุดน่ารัก (จำกัด 300 สิทธิ์), กิจกรรม Birds Passport ภารกิจตามหานกในงาน รับฟรี! ลูกโป่งฟอยล์สุดเก๋ (จำกัด 300 สิทธิ์) และป้อนอาหารนกและสัตว์เลี้ยง อย่างใกล้ชิด (จำกัด 400 สิทธิ์)*สิทธิ์มีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน มาร่วมสนุกกันทั้งครอบครัวนะทุกคน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>มาพบกันวันที่ 1 - 9 มิ.ย. 69 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 044-001-555</p>
]]></description>
</item>
</channel>
</rss>
