<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ชัยนาท ฝ่ายปกครองหันคา บูรณาการปศุสัตว์และตำรวจ สกัดจับช้างเร่ร่อนกลางตลาด ตรวจพบไร้ใบอนุญาตเคลื่อนย้าย สั่งอายัดและกักกันโรคตามกฎหมาย]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/520488</link>
<guid isPermaLink="false">2cacaba340aeaa2c113006bb9e5daa57</guid>
<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 14:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 30 มิถุนายน 2569 &nbsp;นายอดิศร เกิดโต นายอำเภอหันคา มอบหมายให้นายเมธรวิสร์ วรินภิรมย์ ปลัดอาวุโส นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (ร้อย อส.อำเภอหันคา ที่ 6) บูรณาการร่วมกับชุดปฏิบัติการด่านกักกันสัตว์ชัยนาท นำโดยสัตวแพทย์ธวัชชัย อยู่ทะเล หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชัยนาท พร้อมด้วยนายรัฐโรจน์ โรจน์ธนาดำรง ปศุสัตว์อำเภอหันคา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หันคา ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณตลาดหันคา ใกล้วัดท่ากฤษณา หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกรณีมีผู้นำช้างเร่ร่อนเข้ามาเดินขายอาหาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนและการจราจร รวมถึงเข้าข่ายการกระทำที่ผิดกฎหมาย</p>

<p>จากการตรวจสอบในพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบช้างเพศเมียชื่อ &ldquo;พังสมนึก&rdquo; อายุ 30 ปี โดยมีตั๋วรูปพรรณสัตว์พาหนะออกโดยอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ และมีหมายเลขไมโครชิปตรงตามเอกสารอย่างถูกต้อง แต่จากการตรวจสอบใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ พบว่าไม่มีเอกสารขออนุญาตนำช้างเข้ามาในพื้นที่จังหวัดชัยนาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมนายประจักษ์ ภูแก้ว อายุ 42 ปี ผู้ครอบครอง ซึ่งให้การรับสารภาพว่าได้ลักลอบเคลื่อนย้ายช้างมาจากจังหวัดลพบุรีเพื่อเดินเร่ร่อนขายอาหารตามชุมชน และเพิ่งเปลี่ยนเส้นทางเข้ามาเดินภายในตลาดหันคาจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบดังกล่าว</p>

<p><br />
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.หันคา เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 34 พร้อมทั้งทำการอายัดของกลางเป็นช้าง 1 เชือก และรถบรรทุก 6 ล้อ ที่ใช้ลำเลียงสัตว์จำนวน 1 คัน โดยในส่วนของช้าง &ldquo;พังสมนึก&rdquo; ด่านกักกันสัตว์ชัยนาทได้เคลื่อนย้ายไปกักกันเป็นเวลา 30 วัน ณ อำเภอมโนรมย์ เพื่อเฝ้าระวังโรคตามมาตรการของกรมปศุสัตว์ ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันเพื่อความปลอดภัยของสาธารณชน และสร้างความตระหนักรู้ว่าการเคลื่อนย้ายสัตว์ควบคุมข้ามเขตพื้นที่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายทุกครั้ง</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สุชาติ” สั่งยกระดับรับมือ PM2.5 ข้ามแดน ตั้งวอร์รูมหมอกควันไฟป่าที่เวียงจันทน์]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/520484</link>
<guid isPermaLink="false">7be8ae3f4160e277c811e418803e6014</guid>
<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 14:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมาย กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับกรมกิจการชายแดนทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ยกระดับการติดตาม เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นระบบ จัดตั้งห้องปฏิบัติการติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟป่า (War Room) แขวงเวียงจันทน์ รับมือปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และหมอกควันไฟป่าข้ามแดนที่ส่งผลต่อสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่ตามแนวชายแดน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ล่าสุด คพ. ร่วมกับกรมกิจการชายแดนทหาร ได้จัดตั้งวอร์รูมหมอกควันไฟป่าแห่งใหม่ ณ แขวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 24&ndash;26 มิถุนายน 2569 นับเป็นแห่งที่ 4 ต่อจากแขวงบ่อแก้ว แขวงไซยะบุรี และแขวงหลวงน้ำทา พร้อมทั้งได้มีผู้แทนจากหน่วยงานของไทยและ สปป.ลาว ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ แผนการบริหารจัดการไฟป่าและการเผาในที่โล่ง รวมถึงกำหนดแนวทางการประสานงานร่วมกันในระดับพื้นที่ เพื่อให้สามารถติดตามและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือสถานการณ์หมอกควันและฝุ่น PM2.5 ก่อนเข้าสู่ฤดูการเผาในปีหน้า</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>วอร์รูม จะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียม ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา และแบบจำลองการเคลื่อนที่ของมวลอากาศ เพื่อใช้คาดการณ์สถานการณ์ แจ้งเตือน และสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานการดำเนินงานได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ที่เกิดจากการเผาข้ามแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้ คพ.จะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังและบริหารจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนในระดับภูมิภาค อันจะนำไปสู่การลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมชลประทาน จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กื้ดหลวงตอนบน เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดปี และรองรับพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/520485</link>
<guid isPermaLink="false">b487e6e026a37ce668679fb8bc212c83</guid>
<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 14:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ที่ห้องเบญจพรรณ ฮอลล์ โรงแรม เดอะทีค อ.แม่สอด จ.ตาก นายกันต์พงษ์ &nbsp;พิพัฒน์มนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด เป็นประธานเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กื้ดหลวงตอนบน เพื่อนำเสนอความก้าวหน้างานสำรวจออกแบบ โครงการฯ รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการดำเนินโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายเอกลักษณ์ คงยนต์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบเขื่อนที่ 1 สำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน ผู้แทนจากส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา สภาเกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมประชุมกว่า 100 คน</p>

<p><br />
ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก และแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตร โดยโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กื้ดหลวงตอนบน มีขนาดความจุ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ทำการเกษตรได้รับประโยชน์ ไม่น้อยกว่า 2,500 ไร่&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สผ. ชี้แจงยังไม่มีการอนุมัติหรือเพิกถอนพื้นที่เขาสิบห้าชั้น เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด พร้อมย้ำทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกฎหมายและมติบอร์ดสิ่งแวดล้อม]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/520487</link>
<guid isPermaLink="false">6874e1985c5594f3de11d66873d0d2b8</guid>
<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 14:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ชี้แจงยังไม่มีการอนุมัติหรือเพิกถอนพื้นที่เขาสิบห้าชั้น เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด พร้อมย้ำทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกฎหมายและมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อนุมัติหรืออนุญาตให้ใช้พื้นที่ หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นเพื่อดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนดว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากกระบวนการตามกฎหมาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังไม่ได้มีการอนุมัติ อนุญาต หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเพียงการให้ความเห็นตามขั้นตอนที่กรมชลประทานเสนอผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกอบการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการเท่านั้นไม่ใช่การอนุมัติให้ดำเนินการหรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติตามที่มีการเข้าใจ ทั้งนี้ ก่อนจะขอใช้พื้นที่หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ กรมชลประทาน จะต้องทบทวนรายละเอียดของโครงการและปรับลดขนาดพื้นที่ให้มีความเหมาะสมตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รวมทั้ง ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติจะต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้ง จึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ สำหรับการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด จะต้องเป็นไปตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ซึ่งได้พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโครงการ และมีข้อกำหนดให้กรมชลประทานดำเนินการเพิ่มเติมหลายประเด็น ได้แก่ การทบทวนการใช้พื้นที่โครงการให้เหมาะสมและใช้เท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่ การสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการใช้น้ำและการอยู่ร่วมกับสัตว์ป่า การสำรวจข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินให้เป็นปัจจุบัน ก่อนจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมาตรา 58 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ย้ำว่า ยังมีข้อกำหนดให้จำกัดการใช้พื้นที่ให้น้อยที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยต้องหารือร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อกำหนดขนาดโครงการที่เหมาะสม รวมทั้ง ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่กำหนดไว้ในรายงาน EHIA อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยัน ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักความรอบคอบ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนา การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการคุ้มครองสิทธิของประชาชน</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เครือข่ายปกป้องน้ำกก จัดกิจกรรมเดินธรรมยาตรา 5 คืน 6 วัน มุ่งสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์และปกป้อง 5 สายน้ำหลัก]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510048</link>
<guid isPermaLink="false">cb630f8b065a3d4c67492c1eac044f59</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายนิติฬ์ปกรน์ แสงษุวรรน์ นายอำเภอแม่อาย เป็นประธานเปิดงานกิจกรรม &ldquo;เดินธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำกก, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก, แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน&rdquo; ณ บริเวณสะพานท่าตอน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นางสาวแสงระวี สุวีรการย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ (มรพ) ในฐานะตัวแทนคณะผู้จัดงาน พร้อมด้วย พระมหานิคม มหาภินิกขมโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดท่าตอน เครือข่ายภาคีปกป้องแม่น้ำกก คณะสงฆ์ พระภิกษุสามเณร ตลอดจนประชาชนในพื้นที่และกลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนเพียงหลวง ๑ (บ้านท่าตอน) เข้าร่วมในพิธีเปิดและร่วมขบวนเดินธรรมยาตราในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียง กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของสาธารณชน ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ รวมถึงสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยเฉพาะการมุ่งเน้นแก้ไขและเฝ้าระวังปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกก ซึ่งเป็นสายน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงชุมชนและระบบนิเวศในหลายพื้นที่ภาคเหนือ สำหรับการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ คณะผู้ร่วมเดินธรรมยาตราจะเคลื่อนขบวนออกจากจุดเริ่มต้นบริเวณสะพานท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเท้าผ่านเส้นทางต่างๆ ไปยังจุดหมายปลายทาง ณ สะพานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเข้าร่วมงานรณรงค์เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยกำหนดระยะเวลาการเดินทางรวมทั้งสิ้น 5 คืน 6 วัน คิดเป็นระยะทางรวม 68.91 กิโลเมตร ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางการเดินธรรมยาตราจะมีการมุ่งเน้นสื่อสารสร้างความเข้าใจกับชุมชนริมสองฝั่งน้ำในเรื่องการรักษาความสะอาดและปกป้องแม่น้ำสายหลักอย่างยั่งยืนต่อไป</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมช เกษตรฯ ลงพื้นที่พิษณุโลก เน้นย้ำการพัฒนาคุณภาพข้าว แข่งขันในตลาดโลก]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510049</link>
<guid isPermaLink="false">5e79d1a367b80d5c569f33c3151a0a60</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(31 พ.ค. 69) เวลา 11.15 น. ที่ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาตรวจราชการติดตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้การดำเนินงานตาม บทบาทหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะเรื่องของข้าว ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ติดตามชมบูธนิทรรศการเกี่ยวกับข้าว ทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ การทำนาลดโลกร้อน การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าว ในรูปแบบต่างๆ อาทิ ไวน์ และแป้งข้าวหมาก เป็นต้น</p>

<p>ทั้งนี้ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อพี่น้องเกษตรกรจะได้มีเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกที่ดี เมื่อนำไปปลูกแล้วได้น้ำหนักดี ราคาสูง นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำมาตรการลดการเผาในพื้นที่เกษตร เพื่อแก้ปัญหาไขฝุ่น PM 2.5 โดยกรมวิชาการเกษตร ได้นำเสนอนวัตกรรมหัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลาย วัสดุอินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายตอซังและฟางข้าวได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 7-10 วัน ทำให้เกษตรกรเตรียมแปลงปลูกได้เร็วขึ้นโดยข้าวไม่เกิดอาการเมาตอซัง ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตไปได้ถึง 30 -50% จากการลดค่าไถกลบ สารเคมี ค่าแรง รวมถึงลดปัญหา ข้าวดีดหรือข้าววัชพืชได้อีก 50% และเพิ่มผลผลิตข้าวได้ถึง 20 - 30% อีกด้วย จากนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินทางไปเปิดป้าย&quot;โรงงานต้นแบบการผลิตจุลินทรีย์ย่อยสลาย กรมวิชาการเกษตร&quot; ณ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างอบอุ่น</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สทนช. เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิดฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องเกิน 100 มิลลิเมตร ในช่วง 12 ชั่วโมง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510050</link>
<guid isPermaLink="false">f20f5c10c7c176498851cc3797ee713e</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิ<wbr />ดฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องเกิน 100 มิลลิเมตร ในช่วง 12 ชั่วโมง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน</b><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำ<wbr />แห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า จากการวิเคราะห์และประเมิ<wbr />นสถานการณ์น้ำและฝนพบมีพื้นที่<wbr />ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีปริมาณฝนตกหนั<wbr />กสะสมต่อเนื่องเกิน 100 มิลลิเมตร ภายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง โดยครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และตาก // ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด // ภาคตะวันตก บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ // ภาคใต้ บริเวณจังหวัดชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ทำให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้แจ้งเตือนและเน้นย้ำให้<wbr />ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเพิ่<wbr />มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตชุ<wbr />มชนเมืองที่มักเกิดน้ำท่วมขั<wbr />งอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน รวมถึง พื้นที่ที่มีความเสี่ยงเกิดน้ำ<wbr />ท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากศักยภาพของพื้นที่ไม่<wbr />สามารถรองรับปริมาณฝนตกหนั<wbr />กสะสมได้มากนัก อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขั<wbr />งรอการระบายและส่งผลกระทบต่<wbr />อการสัญจรของประชาชนในพื้นที่<wbr />ได้</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ปิยะรัฐชย์” รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่พิษณุโลก พบปะเกษตรกร มอบนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน” พร้อมส่งมอบปัจจัยการผลิตหนุนภาคเกษตร]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510046</link>
<guid isPermaLink="false">c4b3cf4f6e9b0e13cc648c952daa1870</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมนครสรลวงสองแคว อาคารบึงราชนก อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามผลการดำเนินงานด้านการเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>โอกาสนี้ นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก ได้กล่าวรายงานผลการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาบึงราชนก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดพิษณุโลก รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับภาคการเกษตรและสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พบปะเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อน &ldquo;เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน&rdquo; โดยเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางอาชีพอย่างยั่งยืน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นอกจากนี้ ยังได้มอบปัจจัยการผลิตและเอกสารสิทธิทางการเกษตรแก่เกษตรกรและเครือข่ายภาคการเกษตร ประกอบด้วย โฉนดเพื่อการเกษตร จำนวน 100 ฉบับ การสนับสนุนแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน จำนวน 10 ราย ปัจจัยการผลิตสำหรับหมอดินอาสา จำนวน 10 ราย ใบรับรองมาตรฐาน GAP PM2.5 Free Plus จำนวน 10 ราย และปัจจัยการผลิตภายใต้โครงการ Agri-Map จำนวน 1 กลุ่ม เพื่อส่งเสริมศักยภาพการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตรในพื้นที่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>โอกาสเดียวกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเครือข่าย Young Smart Farmer จังหวัดพิษณุโลก รับฟังข้อเสนอแนะจากเกษตรกรรุ่นใหม่ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานและนวัตกรรมด้านการเกษตรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าของภาคการเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัดพิษณุโลก</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมผลักดันการพัฒนาภาคการเกษตรควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ปิยะรัฐชย์” รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามโครงการฟื้นฟูบึงราชนก พร้อมปล่อยพันธุ์ปลา เพิ่มความอุดมสมบูรณ์แหล่งน้ำธรรมชาติ]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510047</link>
<guid isPermaLink="false">a4ee5b1ac8f1c25d3ffddc4cf0ed0667</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.20 น. ณ บริเวณโครงการฟื้นฟูบึงราชนก ตำบลวังพิกุล และตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฟื้นฟูบึงราชนก แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญของจังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ร่วมลงพื้นที่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในการนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฟื้นฟูบึงราชนก ซึ่งเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ มีพื้นที่รวม 4,865 ไร่ 2 งาน 85 ตารางวา โดยมีการดำเนินการขุดลอกพื้นที่บึงจำนวน 3,681 ไร่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำและการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน บรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง รวมทั้งสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ภาคการเกษตรและประชาชนในพื้นที่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่บึงราชนก เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ อันเป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างแหล่งอาหารและรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชนโดยรอบ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเกษตรกรอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการบริหารจัดการน้ำ การประกอบอาชีพ และการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำและความยั่งยืนของภาคการเกษตรในระยะยาว</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[“รมช.เกษตรฯ ลุยอุตรดิตถ์ ยกระดับสหกรณ์สู่ผู้ให้บริการเกษตรครบวงจร รับฟังปัญหาถึงพื้นที่ มุ่งเพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน”]]></title>
<link>https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/510044</link>
<guid isPermaLink="false">e6c8604a0503a8e49e010ef72ae727fe</guid>
<pubDate>Sun, 31 May 2026 11:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>( 30 พ.ค.69) เวลา 15.00 น. ที่สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านท้ายวัดพญาปันแดน จำกัด อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามดำเนิน &ldquo;การยกระดับศักยภาพสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร&rdquo;(Agricultural Service Providers)</p>

<p>โดย นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ รายงานว่า ปัจจุบัน จังหวัดอุตรดิตถ์มีสหกรณ์ 86 แห่ง กลุ่มเกษตรกร 55 แห่ง รวม 141 แห่ง ปริมาณธุรกิจรวม 23,001 ล้านบาท ธุรกิจที่มีมูลค่าสูงสุดคือ เงินให้กู้ 10,354 ล้านบาท รองลงมาคือ เงินรับฝาก 7,933 ล้านบาท และรวบรวมผลผลิต 2,986 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย การแปรรูป และการให้บริการอื่น ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบสหกรณ์มีบทบาททั้งในด้านการเป็นแหล่งทุน และการเป็นกลไกขับเคลื่อนสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร มีศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือ CDC 2 แห่ง ที่สหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด และชุมนุมสหกรณ์การเกษตรอุตรดิตถ์ จำกัด ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญในการกระจายผลผลิต ด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็ง มีสหกรณ์ที่อยู่ในชั้น 1 ซึ่งมีความเข้มแข็งดีเลิศ 16 แห่ง อยู่ในชั้น 2 จำนวน 22 แห่ง และชั้น 3 ซึ่งต้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด 46 แห่ง ส่วนกลุ่มเกษตรกร 55 แห่ง อยู่ในชั้น 1 และ 2 อย่างละ 1 แห่ง และอยู่ในชั้น 3 จำนวน 53 แห่ง</p>

<p>ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้ดำเนินแผนงานและโครงการสำคัญ ทั้งการสนับสนุนงบประมาณ เงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาด รวมถึงเงินกู้ยืมจากเงินกองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุนพัฒนาสหกรณ์ และกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนนโยบายลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และขยายโอกาสให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม โดยอนุมัติแล้วทั้งสิ้น 24 สัญญา วงเงินรวม 55.8 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา โครงการฟื้นฟูกิจการสหกรณ์สู่ความเข้มแข็ง โครงการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งโครงการสนับสนุนเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นโครงการหัวใจสำคัญของพื้นที่การเกษตร</p>

<p>นางสาวปิยะรัฐย์ ดิยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่พร้อมทีมงานกระทรวงเกษตรฯ ในครั้งนี้ ไม่ได้มาเพียงเพื่อตรวจราชการตามวาระเท่านั้น แต่ตั้งใจมาเพื่อ &ldquo;รับฟัง ทำจริง และแก้ปัญหาให้ตรงจุด&rdquo; โดยเฉพาะในพื้นที่อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญ และมีกลไกที่เข้มแข็ง ตั้งใจที่จะ &ldquo;เปิดเวที รับฟังปัญหาและความเดือดร้อน&rdquo; จากพี่น้องโดยตรง ปัญหาไหนที่แก้ได้ทันทีจะสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการจัดวงจรความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด ส่วนปัญหาไหนที่เป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง ก็จะรับกลับไปประสานงานและเร่งรัดแก้ไขในระดับกระทรวง</p>

<p>นอกจากนี้ ได้มีการมอบเงินอุดหนุนเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด อุดหนุนการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนการมอบใบรับรองและโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อเป็นเครื่องมือและขวัญกำลังใจให้เกษตรกร/สมาชิกสหกรณ์ ต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ภาพ/ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์</p>
]]></description>
</item>
</channel>
</rss>
